ข่าว
ไทย ผู้ติดเชื้อใหม่ 7 ราย ศบค. วอน ปชช. การ์ดอย่าตก แม้ยอดใหม่หลักหน่วย
วันนี้ (28 เม.ย. 63) นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงข่าว ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล รายงานสถานการณ์การติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ศบค. ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่วันนี้มียอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิก-19 เพิ่มขึ้น 7 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,938 ราย / ผู้เสียชีวิต 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 54 ราย
โดยผู้เสียชีวิต เป็นเพศชาย มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยจากการสัมมนา เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน เสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว และไตวายเฉียบพลัน
อีกรายเป็นเพศหญิง เป็นเจ้าของร้านอาหาร มีโรคประจำตัวอ้วน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยจากคนในครอบครัว รับการรักษาในจังหวัดภูเก็ต มีภาวะปอดอักเสบและติดเชื้อ เสียชีวิตจากระบบหายใจล้มเหลว
ส่วนผู้ติดเชื้อ 7 ราย มีจากกลุ่มผู้ติดเชื้อในจังหวัดนครราชสีมา 1 ราย / กรุงเทพฯ 1 ราย / สัมผัสกับผู้ป่วย 5 ราย ไปสถานที่ชุมชนแออัด 1 ราย และ
สืบสวนสอบสวน 1 ราย
ส่วนการกระจายของเชื้อโรค 13 จังหวัด ไม่พบผู้ป่วยเลย อาทิ จังหวัด อุตรดิตถ์ / จันทบุรี / ราชบุรี /และลพบุรี เป็นต้น
ส่วนกลุ่มของผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีอายุ 24 ปีขึ้นไป ในกลุ่มนี้มีผู้ป่วยที่เสียชีวิต 21 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และเป็นปัจจัยเสี่ยงคือไปงานประกอบด้วยพิธีทางศาสนา / สนามมวย / ชาวต่างชาติที่เดินมาประเทศไทย / เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือชุมชนแออัด
จังหวัดที่มีอัตราการป่วยของผู้สูงอายุ มี 3 จังหวัด คือ ยะลา / ภูเก็ต และปัตตานี โดยสองจังหวัดจะมีความเชื่อมโยงในด้านการประกอบพิธีศาสนา
ส่วนการค้นหาเชิงรุก กลุ่มที่ได้รับเชื้อโควิด-19 มากที่สุดคือ สัมผัสกับกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งตัวเลขมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น ตนมีความห่วงใย อยากให้ทุกคนป้องกันตัวเองให้มากที่สุด

ส่วนมาตรการนำคนไทยกลับบ้าน ในวันนี้จะเดินทางกลับมาจาก ประเทศสเปน 12 คน / นิวเดลี อินเดีย 189 คน / มุมไบ อินเดีย 189 คน และยอดรวมทั้งหมดที่กลับมาจาก 21 ประเทศ รวม 2769 คน
ด้านมาตราความมั่นคง หลังจากที่รัฐบาลมีมาตนการเคอร์ฟิว ห้ามออกจากที่พักอาศัย ระหว่างช่วงเวลา 22.00 – 04.00 น. พบว่ามีผู้ฝ่าฝืน 461 ราย / ชุมนุมมั่วสุม 143 ราย ทั้งหมดถูกดำเนินคดี
นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังเผยกรณีที่จะกลับสู่ภาวะปกติ ว่า ต้องรอมติจาก ครม. ก่อน แต่ประชาชนต้องปรับวิถีชีวิตให้สมดุลกับการดำเนินชีวิตแบบใหม่ เพื่อที่เราจะอยู่กับโรคได้อย่างปลอดภัย
ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมานคร จาก 0 จนมีเพื่มขึ้น 3 ราย ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่นั้นมนายแพทย์ทวีศิลป์ เผยว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีในการค้นหาผู้ติดเชื้อให้เจอ เราไม่สามารถใช้ชีวิตให้เหมือนเดิมได้ เพราะเราไม่มียา และวัคซีน เราจะต้องอยู่กับเชื้อโรคโดยการป้องกัน วันนี้จะต้องเข้มงวดในการป้องกันและควบคุม
ส่วนที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์แสดงว่าคนใกล้ชิดของเราไม่มีเชื้อ จะใช้ชีวิตตามปกติได้นั้น เราไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าทุกอย่างเป็นศูนย์ เพราะคนรอบข้างเราเค้าอาจจะติดเชื้อโดยที่ไม่ได้แสดงอาการก็ได้ เพราะมีบางส่วนที่ไม่ออกอาการเลย เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างจะไว้วางใจไม่ได้

ส่วนการใช้งบประมาณ 10,000 ล้านบาท ในการปูพรมตรวจทั่วประเทศนั้นจะช่วยให้ประเทศหาคนติดเชื้อและสามารถฟื้นฟูประเทศได้เร็วขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้ต้องใช้ข้อมูลในส่วนวิชาการและนำมาผสมผสานกับการจัดการ การตรวจเชื้อที่ดีที่สุด คือ การตาวจแบบ PCR. จะต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการตรวจแบบปูพรมทำให้เจอผู้ติดเชื้อนิดเดียว แต่การตรวจแบบมาตรฐานจะพบผู้ติดเชื้อเยอะกว่า เมื่อเราตรวจในกลุ่มสุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเฉพาะ ซึ่งตอนนี้กลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยง คือแรงงานต่างด้าว หรือคนที่อยู่ตามชายแดน หรือคนที่อยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง
อีกทั้งตอนนี้เรามีงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่จะตรวจสอบ สาธารณสุขได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกเขตไปตรวจในกลุ่มเสี่ยงของแต่ละเขน เพื่อนำมาวางแผน ซึ่งเราจะดึงคนที่มีเชื้อมารักษา ซึ่งถือว่าเป็นการจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ เพื่อที่จะรองรับการผ่อนปรนมาตรการ หรือการใช้ชีวิตวิถีใหม่ในอนาคตได้ รวมถึงประชาชนทั่วไปจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ส่วนมาตรการการขยายใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปหนึ่งเดือนนั้น ปัญหาที่ตามมา คือ การชะลอเข้าประเทศ ซึ่งกระทบกับคนไทยที่จะเดินทางกลับมาวันที่ 1 พ.ค. รัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรนั้น ตามมาตรการที่มีการป้องกันการแพทยเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นมาตรการที่ปฎิบัติทั่วโลก คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศสามารถลงทะเบียนหรือขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุล หรือสถานทูตในประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ทุกที่ทั่วโลก เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้รับเรื่องแล้วก็จัดลำดับความสำคัญเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ และเพื่อที่จะให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย
ส่วนการเปิดร้านค้า ตลาด หรือสถานประกอบการ จะสามารถให้กระทรวงสาธารณสุขออกมาตรการ หรือข้อบังคับเพื่อที่จะให้ประชาชนปฏิบัติตามได้ไหม นายแพทย์ทวีศิลป์ เผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาตรการ 11 ข้อป้องกันโรคที่เป็นมาตรฐานสำหรับทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งมีข้อบังคับในการสวมหน้ากากอนามัย ใช้แอลกอฮอล์ รวมถึงการแยกขยะ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ คนไหนที่ยังไม่ได้อยู่ในวิถีปฏิบัติใหม่ตนอยากให้ทุกคนเข้ามาอยู่ เพื่อให้ทุกคนมีความรับผิดชอบร่วมกัน ทุกคนทำเป็นเรื่องปกติได้
ทั้งนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังได้ฝากการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องปรับตัว และเราจะมีชีวิตที่มีความสุขกับทุกกิจกรรม เมื่อเราปรับตัวได้แล้ว จะสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ชีวิตกับวิถีใหม่ คือ การใส่หน้ากากอนามัย / เว้นระยะห่างทางสังคม และกินร้อน ช้อนกลาง จะต้องป้องกันเพื่อที่ตัวเราและประเทศชาติไม่ป่วย เพื่อการกลับมาสู่สถานการณ์ปกติได้เร็ว และสูญเสียน้อยที่สุด
