Connect with us

ข่าว

นนทบุรี-สามีโหดบุกควงปืนไล่ยิงอดีตภรรยากลางห้างดัง ไร้เจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จับตัวไว้ได้ ย่านรัตนาธิเบศร์

Published

on

ผู้สื่อข่าว : เชษฐ นนท์ ผู้สื่อข่าวนนท์บุรี
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 27 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจและชุดป้องกันปราบปราบ รุดลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้เป็นชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว สวมกางเกงขาสั้นสีดำ พร้อมอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.22 ยิงไปแล้วประมาณ 4 นัดและพบลูกกระสุนในกระเป๋าอีก16นัด ที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นลานโปรโมชั่นจัดงานแสดงสินค้า ขายอาหารและเสื้อผ้า ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายนิรันดร์ ลิ้มประสิทธิ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/396 หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ณว8021 กทม.มาจอดที่บริเวณลานจอดรถหน้าห้าง ก่อนที่จะเดินเข้าไปก่อเหตุยิงภรรยา นส.สุพัตรา พงษ์เฉลียว ที่เข้ามาขายของภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

น.ส.สุพัตรา พงษ์เฉลียว อดีตภรรยาผู้ก่อเหตุให้การว่า ได้แยกทางเลิกกับผู้ก่อเหตุมานานกว่า 4ปีแล้ว มีบุตรด้วยกัน 2คน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ทาง ทางอดีตสามีผู้ก่อเหตุได้บุกไปข่มขู่อาระวาดตนที่บ้านย่านปากเกร็ดมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้แจ้งควสมเอาไว้ มาวันนี้ผู้ก่อเหตุก็ได้สุ่มมาตามหาตนที่ห้างแห่งนี้และมาเจอตนขายของอยู่พอดีจึงเดินเข้ามาก่อเหตุยิงตนและยิงขึ้นเพดาน ต่อมาปืนด้านขัดลำกล้องจึงได้เดินปรี่เข้ามาทุบทำร้ายร่างกายตนจังหวะที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาห้าม ตนตกใจจึงรีบวิ่งหนีออกมาได้ทัน

สอบถาม น.ส.อินทุอะ (สงวนนามสกุล)อายุ 26 ปี แคชเชียร์ ร้านยาโยอิ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุมีลูกค้าจำนวน 4 โต๊ะ ได้ยินเสียงปืนดังลั่นจำนวน 3 นัด ลูกค้าที่นั่งทานอาหารต่างวิ่งหนีกันแตกกระเจิง โดยที่ยังไม่ชำระเงินประมาณ 2,000 กว่าบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ทันควัน ส่วนภรรยาของคู่กรณีเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณปลายคิ้วซ้าย ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ พฐ.เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและ ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุจูงใจ เบื้องลึกคาดว่าน่าจะเกิดจากการหึงหวงกัน นายแก้วมุกดา ดีระดา อายุ 40 ปี หัวหน้าชุด รปภ.ลานจอด ให้การว่าได้รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุขึ้นภายในห้างจึงได้รีบวิ่งเข้าไปก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2นัด และเห็นภาพคนร้ายกำลังขึ้นคร่อมร่างผู้หญิงคนหนึ่งพร้อมกำลังทุบตีตนจึงพยายามเข้าไปห้ามและดึงตัวชายคนดังกล่าวออกมาด้านนอกไว้ก่อนพอดีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงจึงได้ควบคุมตัวเอาไว้

นายเฉลิมพล อายุ 37ปี พลเมืองดี ให้การว่าตนเองกำลังจะเข้ามาติดต่อเช่าพื้นที่ภายในห้างดังกล่าวและได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และมีประชานพากันแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าระหวั่น ตนเองจึงรีบก้มหลบและแอบมองผู้ก่อเหตุชายคนดังกล่าว ได้ยิงปืนไปแล้วหลายนัดและได้พยายามยิงต่อแต่เหมือนปืนขัดลำกล้องทางผู้ก่อเหตุได้โมโหและเขวี้ยงอาวุธปืนลงพื้นและมีเศษอาวุธปืนแตกออกมาจังหวะนั้น ตนและเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยนึกว่าปืนปลอมจึงได้รีบวิ่งเข้าไปชาร์จตัวและช่วยกันจับเอาไว้ได้พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงเข้าล็อคควบคุมตัวเอาไว้ได้

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า จากการซักถามเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การอ้างว่าเกิดจากความหึงหวงภรรยาที่เลิกกันไปแล้ว 4ปี ซึ่งมีลูกด้วยกัน 2คน ทางผู้ก่อเหตุได้เตรียมอาวุธปืนมาแล้ว 2สัปดาห์ ซื้อมาในราคา 20,000บ.ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลหาแหล่งต้นต่อของที่มาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุด้วย โดยท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ท่านได้มีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ให้มีมาตราการระวังป้องกันเหตุที่อาจเกิดในพื้นที่ชุมชน ในห้างสรรพสินค้า ทุกจุดที่มีประชาชนหนาแน่นในภาค 1 อาทิ จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ จ.ลพบุรี จ.อยุธยา และขอชมเชย ท่านผู้การจังหวัดนนทบุรี ทีมสืบสวน ทีมป้องกันแบะปราบปราม ที่สามารถลงพื้นที่เกิดเหตุและควบคุมจับตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ เบื้องต้นที่ตรวจสอบโชคดีไม่พบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากกระสุนปืนที่ผู้ก่อเหตุยิงไปก่อนจำนวน 4นัด ขัดลำกล้องเสียก่อน ที่ผู้ก่อเหตุได้เตรียมลูกกระสุนติดตัวมาด้วยอีก 16นัดในกระเป๋า ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่เก็บร่องรอยที่เกิดเหตุแล้ว ผู้ก่อเหตุให้การว่าเกิดจากความหึงหวง และรู้ว่าภรรยามาขายของที่ห้างดังกล่าว จึงพกอาวุธตามมาก่อเหตุ เพราะคิดว่าภรรยามีคนใหม่ และก่อนหน้าทางผู้ก่อเหตุได้บุกไปขู่ภารยาที่บ้านแถวปากเกร็ดมาแล้ว ในส่วนที่มาก่อเหตุในห้างดังกล่าวเพราะมีความโมโห หากเจอภรรยาที่ไหนก็จะตามยิงทันที เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่า และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน พกพาไปในที่สาธารณะ แล้วถ้ามีข้อหาอื่นใดที่เข้าข่ายสอดคล้องก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป

Advertisement

แถลงการ์ณของทางเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เหตุการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างดังกล่าว เข้าชาร์จผู้ก่อเหตุทันที จากเหตุการณ์ที่มีการทะเลาะวิวาทและยิงกันภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ เมื่อเวลาประมาณ 15.50 น.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้สถานการณ์ทุกอย่างได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่ภายใน 10 นาที โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากการทะเลาะวิวาทของคู่สามีภรรยา โดยสามีเกิดความหึงหวงภรรยาซึ่งทำงานเป็นพนักงานขายสินค้า หลังจากนั้น ได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ โดยเมื่อทางศูนย์ฯ ทราบเหตุการณ์ ได้รีบประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในศูนย์การค้าปิดกั้นพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุชั้น 1 และกันพื้นที่โดยด่วน ซึ่งระหว่างรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในศูนย์การค้าได้เข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้บริเวณใกล้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และพาตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินการสอบสวนที่สภ.รัตนาธิเบศร์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เหตุการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางศูนย์จะมีการดูแลและเตรียมมาตรการคุมเข้มรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจของลูกค้าที่มาใช้บริการภายในศูนย์ ด้วยการเพิ่มกำลังคน ตรวจตรากระเป๋า และจะเพิ่มเครื่องมือตรวจโลหะมาใช้ในทุกศูนย์การค้า ขอแสดงความนับถือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่ารัตนาธิเบศร์

Continue Reading
Advertisement