ข่าว
เชียงใหม่-หนุ่มแม่วางขอโทษสังคม หลังโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงเหตุกราดยิงที่โคราช
เชียงใหม่-หนุ่มแม่วางขอโทษสังคม หลังโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงเหตุกราดยิงที่โคราช จนแตกตื่นทั้งโซเชียล ยอมรับทะเลาะกับเพื่อนจนเครียด สุดท้ายโดนคนอินบ็อกมาด่านับร้อยจนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี
ผู้สื่อข่าว : นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo
หลังเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “แบงค์ พานิช” ได้โพสต์ภาพอาวุธปืน พร้อมเขียนข้อความ”เมื่อวานโคราช วันนี้น่าจะเชียงใหม่ หมาแต้” สร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนในสังคมโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก โดยหลายคนเข้าไปโพสต์แสดงความคิดเห็นเชิงตำหนิและต่อว่า ให้เคารพต่อผู้เสียชีวิตในเหตุกราดยิงครั้งนี้ ต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ได้ลบโพสต์ไป ก่อนจะโพสต์ข้อความโทษโดยระบุว่า” ผมขอโทษครับ คืนนั้นที่ผมโพสเมาขาดสติมีปัญหากับเพื่อนไม่ได้ตั้งใจพาดพิงพี่น้องชาวโคราชครับ”

ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ( 12 กุมภาพันธ์) ชุดสืบสวน จากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้สอบปากคำชายหนุ่มอายุ 34 ปี ชาวตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ หลังเดินทางมามอบตัวกับตำรวจด้วยตนเอง เพราะถูกกดดันอย่างหนักจากสังคม ขณะที่ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงศ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุรายนี้ด้วยตัวเอง โดยผู้ก่อเหตุได้แสดงความสำนึกผิดพร้อมกล่าวขอโทษที่โพสต์ข้อความในลักษณะนี้ พร้อมยอมรับว่าที่โพสต์ไปเพราะเกิดความเครียดหลังทะเลาะกับเพื่อนเรื่องเงิน จึงดื่มเหล้าจนเมาจนขาดสติ

กระทั่งช่วงเช้าตื่นขึ้นมา ภรรยาก็เข้ามาต่อว่าเพราะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและตำหนิตนเองในเฟซบุ๊กจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีคนส่งข้อความทางอินบ็อกเข้ามาต่อว่านับร้อยราย จนไม่สามารถออกไปขายของที่ตลาดได้ โดยเมื่อวานนี้ก็มีตำรวจไปตามหาที่บ้านพัก แต่ตนเองไปช่วยงานศพของคนในหมู่บ้านจึงไม่พบ วันนี้รู้สึกไม่สบายใจจึงเดินทางมาพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันว่า ไม่มีเจตนาก่อเหตุในลักษณ์ดังกล่าวตามที่โพสต์ไปอย่างแน่นอน ซึ่งภาพอาวุธปืนที่นำมาโพสต์นั้น ได้ก๊อปปี้มาจากอินเตอร์เนต

ด้าน พ.ต.อ.ธวัชชัย กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ขณะที่การสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้สำนึกผิดกับการกระทำพร้อมกล่าวขอโทษสังคมและประชาชน พร้อมฝากถึงคนอื่นว่าไม่ควรทำเช่นนี้ เพราะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอยู่ไม่เป็นสุขมีผู้คนเข้ามาต่อว่าจำนวนมาก จนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี ทั้งนี้ตำรวจขอฝากเตือนประชาชน หรือบรรดานักเลงคีย์บอร์ด การโพสต์อะไรลงไปหากกระทบกระเทือนต่อจิตใจ หรือทำให้ตกใจกลัว มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี นอกจากนี้ยังจะมีโทษทางสังคมที่จะถูกคนประนาม และด่าทอ อย่างกรณีนี้

