ข่าว
5 ผู้นำเทคโนโลยีชี้โจทย์สำคัญ เปลี่ยน AI Token สู่มูลค่าธุรกิจและการขับเคลื่อนองค์กร
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เวทีสัมมนาด้านเทคโนโลยีในงาน CP Innovation Exposition 2026 ตัวแทนผู้บริหารจาก 5 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ประกอบด้วย True, AWS, Huawei, Microsoft และ Alibaba Cloud ร่วมสะท้อนมุมมองการปรับใช้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ภายใต้แนวคิด Beyond Connectivity Building the Intelligent Future ชี้ทิศทางการแข่งขันกำลังก้าวข้ามจากขั้นตอนการทดลองใช้งาน สู่การประยุกต์ใช้ทั่วทั้งองค์กรและระดับประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการแปลงปริมาณการใช้งาน AI Token ให้เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งการบริหารต้นทุน การยกระดับผลิตภาพ และการเปิดช่องทางรายได้ใหม่ ผ่านการปรับโครงสร้างการทำงานและทักษะบุคลากรในวงกว้าง
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True ระบุว่า การขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation ต้องอาศัยการปรับกรอบแนวคิดของผู้นำควบคู่กับการพัฒนาทักษะพนักงาน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Boston Consulting Group (BCG) ที่ชี้ว่า ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรผู้นำด้าน AI จัดสรรเวลาเรียนรู้และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีนี้มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขณะที่สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการยกระดับทักษะอยู่ที่ 70% ทั้งนี้ ผลศึกษา BCG Build for the Future 2025 ยังระบุว่า องค์กรผู้นำให้น้ำหนักกับการปรับโครงสร้างกระบวนการธุรกิจ (Reshape) และการสร้างนวัตกรรมใหม่ (Invent) รวมกันถึง 80% ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ 30 – 50% แตกต่างจากองค์กรผู้ตามที่ยังเน้นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเดิม (Deploy) สำหรับแนวทางของทรู ได้ตั้งตำแหน่ง Chief AI Officer พร้อมทีมงานส่วนกลาง มุ่งยกระดับทักษะพนักงาน 100% และปรับระบบบริหารจัดการสู่รูปแบบ Mini-CEOs กว่า 6,000 พื้นที่ เพื่อใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และระบบแนะนำจาก AI ในการตัดสินใจ
ด้าน โอลิวิเย่ ไคลน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวถึงความท้าทายในการขยายผล AI at Scale ว่า โครงสร้างองค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนจากระบบพีระมิดแบบดั้งเดิมไปสู่ทีมขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนตามเป้าหมายภารกิจ (Mission-Driven Teams) ซึ่ง AWS ใช้แนวคิด Two-Pizza Teams เพื่อลดระยะเวลาการส่งมอบงานลง ขณะเดียวกัน การนำภาษาธรรมชาติมาใช้ช่วยให้บุคลากรทั่วไปสามารถพัฒนาโซลูชันได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เปลี่ยนสถานะผู้ปฏิบัติงานสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ (Product Builders) โดยในประเทศไทย AWS ได้จัดฝึกอบรมทักษะ AI แก่บุคลากรไปแล้วกว่า 160,000 คน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตร สาธารณสุข และบริการภาครัฐ

ขณะที่ วินเซนต์ หลิว รองประธานธุรกิจไอซีที บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ชี้ว่า สถิติการใช้ AI Token ในไทยช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายนเพิ่มขึ้นราว 30 เท่าจากช่วงต้นปี ทว่าสัดส่วนประชากรวัยทำงานที่ใช้งาน AI สม่ำเสมอยังมีเพียง 12.4% ซึ่งต่ำกว่าสิงคโปร์ที่มีอัตรา 60% สำหรับแนวโน้มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกที่มีมูลค่าราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หัวเว่ยเสนอการประยุกต์ใช้โมเดลโอเพนซอร์สร่วมกับบริบทข้อมูลเฉพาะขององค์กรและข้อมูลท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนการขยายระบบลงเกือบ 50% พร้อมคงความสำคัญด้านความปลอดภัยและอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty)

ทางด้าน มาร์ค โซวซา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ไมโครซอฟท์ เอเชีย กล่าวว่า เทคโนโลยี Agentic AI กำลังนำพาภาคธุรกิจไปสู่รูปแบบองค์กร Frontier Firm ที่ผสานการทำงานระหว่างมนุษย์และระบบอัตโนมัติอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายงานเชิงประจำและการวิเคราะห์หลายขั้นตอนให้แก่ AI Agents และให้มนุษย์ทำหน้าที่กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ พร้อมปรับสู่บทบาท Agent Boss หรือผู้กำกับดูแลระบบเอเจนต์

และปิดท้ายด้วย แอนดี้ ลี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาลีบาบา คลาวด์ ที่ระบุว่า ปัจจุบันภาษาธรรมชาติทำหน้าที่เสมือนซอร์สโค้ดในการสั่งการระบบ โดยบริษัทได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในไทย 2 แห่ง และร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อขยายการนำ AI Agents เข้าไปสนับสนุนการบริหารงานค้าปลีก เช่น 7-Eleven, Makro และ Lotus’s รวมถึงเตรียมความพร้อมเข้าสู่การค้าเชิงพาณิชย์ผ่านเอเจนต์ (Agent-ready Commerce) ที่คาดว่าจะมีมูลค่าธุรกรรมระดับโลกแตะ 3 – 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

