ข่าว
ฮุนได ปรับยุทธศาสตร์เปลี่ยนฐานนำเข้า Hyundai STARIA ดีเซลจากมาเลเซีย หั่นราคาลุยตลาดเอ็มพีวี 11 ที่นั่ง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการทำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ หรือ เอ็มพีวี 11 ที่นั่ง โดยเปลี่ยนฐานการนำเข้ารถยนต์ Hyundai STARIA รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล จากเดิมที่นำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ เปลี่ยนมาเป็นการนำเข้าจากประเทศมาเลเซียแทน เพื่อใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบด้านภาษีนำเข้า ส่งผลให้สามารถปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เริ่มต้นที่ 1.899 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นตลาดรถยนต์สำหรับครอบครัวและเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย
นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางดังกล่าวว่า “การเปลี่ยนแหล่งนำเข้า Hyundai STARIA รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ในครั้งนี้ สะท้อนกลยุทธ์การบริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ของฮุนได เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดไทย ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายให้เป็นเจ้าของง่ายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับการรุกตลาดเอ็มพีวีขนาดใหญ่ 11 ที่นั่ง โดยฮุนไดยังคงรักษามาตรฐานสูงสุดของผลิตภัณฑ์ไว้ครบถ้วน” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า การทำตลาดจะแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือรุ่น Premium สำหรับกลุ่มที่ต้องการความพรีเมียมสูงสุด และรุ่น Elite Plus ที่เน้นความคุ้มค่าแต่ยังคงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญเอาไว้ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกตามงบประมาณที่หลากหลาย

ด้าน นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Hyundai STARIA Diesel รุ่นนำเข้าจากมาเลเซียนี้ ผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro 5 โดยแบ่งราคาจำหน่ายออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น STARIA Elite Plus Diesel ราคา 1.899 ล้านบาท และรุ่น STARIA Premium Diesel ราคา 1.999 ล้านบาท ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร กำลังสูงสุด 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 431 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift ขับเคลื่อนล้อหน้า และรองรับน้ำมันดีเซล B20
สำหรับความแตกต่างของ Hyundai STARIA รุ่นนำเข้าจากมาเลเซียและเกาหลีใต้นั้นมีเพียงเล็กน้อย โดยจุดสังเกตสำคัญอยู่ที่รุ่น Elite Plus จะเปลี่ยนมาใช้กระจังหน้าเป็นสีดำ ในขณะที่อุปกรณ์หลัก ฟีเจอร์ และสมรรถนะยังคงเดิม รุ่นท็อปอย่าง Premium จะจัดเต็มด้วยไฟหน้า LED โปรเจกเตอร์, ไฟท้าย Parametric Pixel, ซันรูฟไฟฟ้า 2 บาน, บันไดข้างไฟฟ้า, ประตูสไลด์ไฟฟ้า, เบาะหนังแท้ผสมวัสดุ Suede, เครื่องเสียง BOSE 12 ตำแหน่ง ส่วนรุ่น Elite Plus จะได้ไฟหน้า LED แบบมัลติรีเฟลกเตอร์, หน้าจอ LCD 10.25 นิ้ว, ระบบเปลี่ยนเกียร์ Shift-by-Wire, ประตูสไลด์และประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมกล้องมองรอบทิศทาง

นอกจากนี้ ฮุนได ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Hyundai SmartSense (ADAS) มาให้ครบถ้วนในทั้ง 2 รุ่นย่อย ครอบคลุมระบบช่วยขับขี่และป้องกันอุบัติเหตุ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Smart Cruise Control), ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉิน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง โดยสีตัวถังมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Jet Black, สีขาว Snowflake White Pearl (มีในทั้งสองรุ่น) และเพิ่มสีเทา Meteor Grey เฉพาะในรุ่น Elite Plus
