Connect with us

ข่าว

ซิสโก้ เปิดตัว Cisco Cloud Control แพลตฟอร์ม Agentic AI รวมศูนย์ ยกระดับการบริหารและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอที

Published

on

ซิสโก้ เปิดตัว Cisco Cloud Control แพลตฟอร์มรวมศูนย์อัจฉริยะ ผสานพลังมนุษย์และ Agentic AI ยกระดับการบริหารจัดการ พร้อมนวัตกรรมความปลอดภัยรับมือยุคควอนตัม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ซิสโก้ (Cisco) ประกาศเปิดตัว Cisco Cloud Control แพลตฟอร์มรวมศูนย์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์และเอเจนต์เอไอ (AI agents) ทำงานร่วมกันในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่สำคัญ พร้อมขับเคลื่อนรูปแบบการดำเนินงาน AgenticOps ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างแอปพลิเคชันและเอเจนต์ของตนเองได้ด้วยภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมความปลอดภัยใหม่เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคเอไอ รวมถึงการรับมือกับภัยคุกคามจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

ภายในงาน Cisco Live US 2026 ได้มีการเปิดเผยว่า Cisco Cloud Control จะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมการบริหารจัดการเพียงหนึ่งเดียว (Single Management Plane) ที่เชื่อมโยงสินทรัพย์ไอทีทั้งหมดขององค์กรเข้าด้วยกัน ทั้งระบบเครือข่าย ความปลอดภัย การประมวลผล การสังเกตการณ์ระบบ และการทำงานร่วมกัน โดยทั้งมนุษย์และเอเจนต์เอไอจะทำงานบนเลเยอร์ข้อมูล (Data Layer) เดียวกันและใช้ระบบปฏิบัติการร่วมกัน โดยที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมสูงสุด อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศภายนอก เช่น แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS), ไมโครซอฟท์ (Microsoft), กูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) ที่รวม วิซ (Wiz) เข้าไว้ด้วยกัน, ลิเนียร์ (Linear), เพเจอร์ดิวตี้ (PagerDuty), เซอร์วิสนาว (ServiceNow) และ สแลค (Slack)

จีทู พาเทล ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ กล่าวว่า “เอเจนต์ AI สามารถคิดวิเคราะห์และดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วระดับ software speed ซึ่งสิ่งนี้จะเปลี่ยนทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีที่เราขยายระบบ บริหารจัดการ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ Cisco Cloud Control คือศูนย์บัญชาการสำหรับเอเจนต์ AI มันคือแพลตฟอร์มที่ทีมของคุณและเอเจนต์ AI จะทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน โดยมีมนุษย์เป็นผู้ควบคุม”

สำหรับคุณสมบัติเด่นของแพลตฟอร์มประกอบด้วย Cisco AI Canvas พื้นที่ทำงานแบบ Generative สำหรับการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาร่วมกัน และ Cloud Control Studio ที่ประกอบด้วย Agent Builder สำหรับสร้างเอเจนต์ตามนโยบายองค์กรผ่านโปรโตคอล Open Model Context Protocol (MCP) และ App Builder ที่ช่วยสร้างแอปพลิเคชันจากคำสั่งภาษาธรรมชาติ โดยมี OpenAI Codex ฝังอยู่ภายในเพื่อส่งมอบงาน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังขับเคลื่อนด้วยข้อมูลการตรวจวัดระยะไกลข้ามโดเมน (Cross-domain Telemetry) และโมเดลที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ รวมถึง Deep Network Model ของซิสโก้

ในด้านความปลอดภัย ซิสโก้ได้ขยายความสามารถของฟีเจอร์ Live Protect ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบภูมิคุ้มกันดิจิทัลเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์จากช่องโหว่ใหม่ ๆ ในระหว่างที่ระบบกำลังทำงานโดยไม่ต้องรีบูตหรืออัปเกรดระบบ ปัจจุบันพร้อมใช้งานแล้วในสวิตช์ตระกูล N9000 series และสิทธิ์การใช้งาน Nexus One โดยมีแผนจะขยายไปยังสมาร์ทสวิตช์สำหรับองค์กรและเราเตอร์ในช่วงปลายปีนี้ พร้อมทั้งมีการนำเสนอ Hybrid Mesh Firewall เพื่อขยายการปกป้องครอบคลุมเครือข่ายและแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ ซิสโก้ยังได้เปิดตัวโอเพนซอร์สข้อกำหนดความปลอดภัย Foundry Security Spec ภายใต้การร่วมมือทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วมกับ แอนโทรปิก (Anthropic) ในโครงการ Project Glasswing และ โอเพนเอไอ (OpenAI) ในโครงการ Daybreak รวมถึงยกระดับโซลูชัน AI Defense, Zero Trust สำหรับเอเจนต์ และ Agentic SOC

Advertisement

นอกจากนี้ ซิสโก้ยังได้วางแนวทางไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum-Safe Infrastructure) เพื่อป้องกันการโจมตีประเภทดักเก็บข้อมูลวันนี้เพื่อไปถอดรหัสในวันหน้า (Harvest now, decrypt later) โดยตั้งเป้าเปิดใช้งานความสามารถในการสื่อสารที่ปลอดภัยจากภัยควอนตัมในพอร์ตโฟลิโอหลักภายในเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งอุปกรณ์เราเตอร์ สวิตช์ และไฟร์วอลล์ที่เปิดตัวใหม่จะมาพร้อมระบบบูตที่ปลอดภัยจากควอนตัม (Quantum-safe secure boot) เป็นค่าเริ่มต้น ขณะเดียวกันบริการ Cisco IQ ที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มจะให้บริการประเมินความพร้อม Quantum Ready Assessments และกรอบการทำงาน Quantum Resilience Framework เพื่อช่วยองค์กรจัดการการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม (Post-quantum Cryptography)

เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว ซิสโก้ได้ประกาศเปิดตัวบริการ Resilient Infrastructure Services ผ่าน Cisco Support เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากภัยคุกคามของโมเดลเอไอระดับแถวหน้า ผ่านคู่มือ Resilient Infrastructure Playbook พร้อมเพิ่มทางเลือกการติดตั้งใช้งานภายในองค์กร (On-premises) เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูล และฟีเจอร์ Peer Benchmarking สำหรับเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึกด้านความเสี่ยงและการสิ้นสุดการสนับสนุน (Last Day of Support – LDOS) กับองค์กรที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดย Cisco Cloud Control เริ่มเปิดให้ใช้งานแบบจำกัดในสหรัฐอเมริกาแล้ววันนี้ ส่วนบริการอื่น ๆ มีแผนจะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569