การเมือง
พิพัฒน์ประชุม ศบก. ตามความคืบหน้ากระจายน้ำมันสำรอง กำชับทีมรักษาความลับป้องกันความสับสน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. เพื่อติดตามมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนหน้าสถานีบริการน้ำมัน โดยเน้นการเร่งระบายน้ำมันสำรองตามกฎหมายออกสู่ตลาดให้รวดเร็วที่สุด พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในช่วงวิกฤต
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 โดยมีรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขณะที่มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเข้าร่วมภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัว
นายพิพัฒน์ ระบุถึงความคืบหน้ามาตรการเร่งด่วน 3 ด้านที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย การผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณในระบบ การอนุญาตให้รถบรรทุกน้ำมันเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศเพื่อความรวดเร็วในการขนส่ง และการเพิ่มความเข้มงวดป้องกันการกักตุนน้ำมัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีการออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีอนุญาตให้ผู้ประกอบการนำน้ำมันสำรองตามกฎหมายออกมาให้บริการประชาชนได้แล้ว ซึ่งที่ประชุมในวันนี้จะพิจารณากำหนดช่วงเวลาและปริมาณการปล่อยน้ำมันสำรองในแต่ละวันเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นอกจากนี้ ประธานในที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องการสื่อสาร โดยขอให้ทุกฝ่ายรักษาความลับและข้อมูลการประชุมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีความแม่นยำสูง นายพิพัฒน์กล่าวว่า “เราไม่ได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่สถานการณ์ที่ในหลายประเด็นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนและการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน”
สำหรับการประชุม ศบก. ในครั้งนี้ ยังมีตัวแทนจากภาคเอกชนและบริษัทน้ำมันรายใหญ่เข้าร่วมหารือเพื่อวางแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกัน ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG, บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO, บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด (Shell) และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ Bangchak เพื่อยืนยันความพร้อมในการกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง
