Connect with us

ข่าว

รัฐบาลเตือนภัยมิจฉาชีพอ้างวิกฤตพลังงาน หลอกแจกคูปองเติมน้ำมันฟรีผ่านลิงก์ดูดเงิน

Published

on

กลุ่ม G7 เห็นพ้องยังไม่ระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ทันที หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน เตรียมส่งต่อให้ผู้นำตัดสินใจปลายสัปดาห์นี้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ หลังพบมิจฉาชีพฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความตึงเครียดของโลกและ ราคาน้ำมัน ที่ผันผวน แอบอ้างเป็นสถานีบริการน้ำมันชื่อดังส่งข้อความหลอกแจก คูปองเติมน้ำมันฟรี เพื่อล่อลวงให้เหยื่อกดลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวและรหัส OTP จนนำไปสู่การถูกสูบเงินเกลี้ยงบัญชีภายในเวลาไม่กี่นาที

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการส่งข้อความ SMS หรือยิงโฆษณาผ่าน โซเชียลมีเดีย (Social Media) โดยใช้ข้อความกระตุ้นความสนใจ เช่น “รับสิทธิ์เติมน้ำมันฟรี 500 บาท” หรือ “คูปองพิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น” เพื่อเร่งเร้าให้ประชาชนรีบกดลิงก์โดยไม่ทันตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งเป็นการแอบอ้างแบรนด์สถานีบริการน้ำมันที่มีชื่อเสียงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

กระบวนการหลอกลวงนี้จะเริ่มจากเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อกดลิงก์ ระบบจะนำทางไปยัง เว็บไซต์ปลอม ที่มีการออกแบบหน้าตาให้คล้ายคลึงกับเว็บไซต์จริงของบริษัทน้ำมัน จากนั้นจะหลอกให้กรอกข้อมูลสำคัญ อาทิ เลขบัตรประชาชน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และที่อันตรายที่สุดคือการหลอกเอา รหัส OTP (One-Time Password) ซึ่งมิจฉาชีพจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อทำธุรกรรมโอนเงินออกทันที

จากการตรวจสอบพบกรณีตัวอย่างผู้เสียหายที่เป็นพนักงานบริษัทอายุ 34 ปี ได้รับข้อความแอบอ้างโปรโมชั่นฉลองครบรอบสถานีบริการน้ำมัน เมื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลเพื่อรับคูปอง 500 บาท กลับพบว่าเงินในบัญชีจำนวนกว่า 80,000 บาท ถูกโอนออกไปภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที นอกจากนี้ยังมีกรณีของแม่ค้าออนไลน์ที่สูญเงินกว่า 50,000 บาท จากการหลงเชื่อโฆษณาปลอมในลักษณะเดียวกันที่ระบุว่าจะแจกคูปองน้ำมันมูลค่า 300 บาท

Advertisement

ทางด้านรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงแนวทางป้องกัน โดยระบุว่าประชาชนควรตรวจสอบโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์หรือเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ (Official Page) ของบริษัทนั้นๆ เท่านั้น และห้ามกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่านใดๆ ในลิงก์ที่ส่งมาทางข้อความที่ไม่รู้จัก พร้อมทั้งฝากเตือนถึงพฤติกรรมของมิจฉาชีพในปัจจุบันที่มักปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสถานการณ์ปัจจุบัน

“มิจฉาชีพมักใช้กลยุทธ์สร้างสถานการณ์เร่งด่วนหรือสิทธิประโยชน์พิเศษเพื่อหลอกลวงประชาชน จึงขอให้ประชาชนตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนกรอกข้อมูลสำคัญในโลกออนไลน์” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย พร้อมระบุว่าหากประชาชนตกเป็นเหยื่อหรือพบเบาะแส สามารถติดต่อสายด่วน AOC 1441 หรือสายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอความช่วยเหลือและระงับบัญชีได้อย่างทันท่วงที