การเมือง
ครม. เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 เตรียมเปิดสภาหลังประกาศผลเลือกตั้งครบ 95 เปอร์เซ็นต์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เป็นผู้เสนอ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระบุวันที่เหมาะสม ก่อนนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการเลือกตั้งครบตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 83 และ 84 ซึ่งระบุว่าสภาผู้แทนราษฎรต้องประกอบด้วยสมาชิก 500 คน แต่หากมีสมาชิกได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละ 95 หรือจำนวน 475 คน ก็สามารถดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้หากมีความจำเป็น นอกจากนี้ตามมาตรา 85 วรรคสี่ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งตรงกับวันที่ 8 เมษายน 2569
กระบวนการถัดไปตามกฎหมายระบุว่า ภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือภายในวันที่ 22 เมษายน 2569 จะต้องมีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ตามมาตรา 121 วรรคหนึ่ง โดยมาตรา 122 บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม ซึ่งจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์มาทำรัฐพิธีแทน
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า “เพื่อให้การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สลค. จึงได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ขึ้น โดยยังมิได้ระบุวันที่เรียกประชุมรัฐสภา และได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานองคมนตรี เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว เพื่อจะได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป”
สำหรับการประสานงานของ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (The Secretariat of the Cabinet) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเน้นความชัดเจนของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ต้องครบเกณฑ์ 475 คน เพื่อให้การนำร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นไปอย่างถูกต้องตามกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทุกประการ
