ข่าว
ชัชชาติ ย้ำกทม. แก้ฝุ่น PM 2.5 ลำพังไม่ได้ ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน ข้ามข้อจำกัดกฎหมาย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในงาน Bangkok Perspectives: Navigating the Haze โดยระบุว่าสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในปีนี้มีทิศทางที่ดีขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์แหล่งกำเนิดที่แม่นยำ พร้อมย้ำว่า กรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) ไม่สามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยการประสานงานแบบจิ๊กซอว์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของเมืองและการดึงดูดนักลงทุนในอนาคต
ในการประชุมซึ่งจัดโดย องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ Thailand นายชัชชาติได้ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยระบุว่าหากเมืองมีมลพิษสูง จะไม่สามารถดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพหรือนักลงทุนให้เข้ามาทำงานได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการเกิดธุรกิจใหม่ๆ ในพื้นที่ โดยปัญหาหลักของฝุ่นในกรุงเทพฯ เกิดจาก 3 ปัจจัยคือ สภาพอากาศปิด ไอเสียจากยานพาหนะ และการเผาชีวมวล ซึ่งต้องจัดการให้ตรงจุด
สำหรับการรับมือกับข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยว่าแม้จะมีการประกาศเขตควบคุมมลพิษเมื่อเดือนกันยายน 2568 เพื่อเพิ่มอำนาจการจัดการ แต่ยอมรับว่า กทม. ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในข้อกฎหมายใหญ่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กทม. เลือกที่จะไม่โทษข้อจำกัดแต่เดินหน้าทำงานภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่ โดยยกระดับมาตรการเชิงรุก เช่น การร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลลดการเผาในที่โล่ง และการใช้มาตรการ เขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) เพื่อจำกัดรถที่มีค่าไอเสียเกินมาตรฐานในช่วงวิกฤตฝุ่น
นอกจากนี้ กทม. ยังได้ปรับเกณฑ์การตรวจวัดควันดำให้เข้มงวดขึ้นจากเดิม 30% เป็น 20% ส่งผลให้สถิติการตรวจจับรถควันดำเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก รวมถึงการขยายพื้นที่สีเขียวผ่านนโยบาย สวน 15 นาที ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 2.4 ล้านต้น โดยผลการวัดค่ามลพิษในพื้นที่สวนพบว่ามีค่าฝุ่นต่ำกว่าภายนอกอย่างชัดเจน
“กทม. ทำคนเดียวไม่ได้ ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือแบบเกลียว ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน การประชุมในวันนี้จึงสำคัญมาก เพราะทุกภาคส่วนคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านวิกฤตนี้และสร้างเมืองที่น่าอยู่ไปด้วยกัน” นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย
ทางด้าน ดร.ทีโม เมนนิเคน (Dr. Timo Menniken) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค GIZ ระบุว่าเวที Bangkok Perspectives ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหาทางออกในระดับยุทธศาสตร์ เพราะมลพิษทางอากาศไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจตั้งแต่ภาคการเกษตรไปจนถึงการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาจึงถือเป็นการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว โดยมีผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมหารือ ณ ศูนย์การประชุม Movenpick BDMS Connect Centre
