ข่าว
ทรัมป์ชี้หนทางทูตกับอิหร่านเปิดกว้างขึ้น หลังเหตุโจมตีทางอากาศและการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่มุมมองต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าการใช้วิธีทางทูตเพื่อแก้ไขปัญหาใน ประเทศอิหร่าน (Iran) มีแนวโน้มที่เป็นไปได้สูงและ “ง่ายขึ้นมาก” ในขณะนี้ ท่ามกลางสถานการณ์หลังการโจมตีทางอากาศโดยความร่วมมือระหว่าง สหรัฐอเมริกา (USA) และ อิสราเอล (Israel) รวมถึงรายงานการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เพิ่งเกิดขึ้น
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ (CBS News) เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นมีประสิทธิผลอย่างมีนัยสำคัญ และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างหนทางไปสู่การเจรจาทางการทูตในระดับที่สะดวกกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างชัดเจน นอกจากนี้เขายังมีความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจภายในอิหร่าน โดยระบุว่ามีบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมหลายคนพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่แทนที่คาเมเนอี อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือแนวทางการเจรจาที่เฉพาะเจาะจง
สำหรับปฏิกิริยาตอบโต้จากฝั่งอิหร่านต่อการโจมตีที่เกิดขึ้น ทรัมป์กล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่เขาได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยระบุว่า “ก่อนหน้านี้เราคาดว่าจะรุนแรงขึ้นอีกเท่าตัว แต่จนถึงขณะนี้กลับเบากว่าที่คาดไว้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระดับการตอบโต้ทางทหารจากอิหร่านในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่สหรัฐฯ ประเมินว่าไม่รุนแรงเท่ากับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ได้คาดการณ์เอาไว้
อย่างไรก็ดี แม้จะมีการพูดถึงแนวทางทางการทูต แต่จุดยืนทางทหารของสหรัฐฯ ยังคงมีความเข้มแข็ง โดยก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ได้ประกาศภายหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านว่า จะดำเนิน ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ ต่ออิหร่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่าจะยังไม่มีการยุติการทิ้งระเบิดที่มีความแม่นยำสูงตลอดทั้งสัปดาห์นี้ หรืออาจลากยาวไปนานเท่าที่ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาเห็นว่าจำเป็น เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ที่มา : สำนักข่าวซินหัว
