Connect with us

ข่าว

“ตวงรัตน์” นายก อบจ.ลำปาง มอง รัฐบาลใหม่ควรกระจายอำนาจ “ด้านสุขภาพ” สู่ท้องถิ่น ย้ำต้องเน้น “สร้าง” มากกว่า “ซ่อม” เพื่อลดความแออัดโรงพยาบาล

Published

on

ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง สะท้อนแนวทางปฏิรูประบบสาธารณสุขไทย เร่งกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เน้นสร้างสุขภาพลดงบประมาณซ่อมสุขภาพปลายเหตุ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง (อบจ.ลำปาง) เปิดมุมมองวิกฤตสาธารณสุขไทยในเวทีเสวนา “Health Check-up: ตรวจอาการ ปฏิรูปใหญ่ ระบบสุขภาพไทย” โดย The Active ThaiPBS และ Health Focus ณ อาคารรัฐสภา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบปัจจุบันยังคงกระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์และโรงเรียนแพทย์ ขณะที่การสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชนยังทำได้ยากเนื่องจากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปกับการรักษาโรคยากที่ปลายเหตุ พร้อมเสนอให้เร่งผลักดันการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทจัดการสุขภาพปฐมภูมิมุ่งเน้นการป้องกันเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและแก้ปัญหางบประมาณรั่วไหลอย่างยั่งยืน

นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ระบุว่าปัญหาหลักของระบบสุขภาพไทยคือการที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับปฐมภูมิยังไม่ได้รับบทบาทในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้งบประมาณถูกใช้ไปกับการ “ซ่อมสุขภาพ” มากกว่าการ “สร้างเสริมสุขภาพ” โดยงบประมาณก้อนใหญ่มักถูกเลือกให้ลงไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้ต้นทางของการป้องกันโรคกลายเป็นเรื่องยาก ปัจจุบัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ได้รับการถ่ายโอน รพ.สต. มาดูแลแล้ว 67 แห่ง และมีแผนจะรับเพิ่มเป็น 100 แห่งในปีหน้า จากทั้งหมด 132 แห่ง ทว่ากระบวนการถ่ายโอนยังเผชิญอุปสรรคทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากร อุปกรณ์ และระบบข้อมูลที่ยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร

นายก อบจ.ลำปาง ให้ความเห็นว่า การทำให้ รพ.สต. มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังสุขภาพก่อนการเจ็บป่วย จะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ได้อย่างแท้จริง โดยเธอมองว่าการเมืองภาพใหญ่ต้องเร่งแก้ไขใน 2 ประเด็นหลัก คือการกระจายอำนาจอย่างจริงจังและการยกระดับศักยภาพภาคีเครือข่ายในชุมชน

“เราต้องดึงท้องถิ่นขึ้นมาให้เขามีศักยภาพสูงขึ้น ยกระดับภาคีเครือข่ายในชุมชนให้เป็นมือเป็นไม้ในการสร้างสุขภาพไม่ใช่ซ่อมสุขภาพ ถ้าชุมชนเข้มแข็งผ่านเครือข่าย อสม. และท้องถิ่น ระบบสุขภาพจะเข้มแข็งจากฐานราก เมื่อฐานรากดีระบบโรงพยาบาลก็จะมีผู้ป่วยลดลง ซึ่งเป็นปรัชญาที่ควรจะเป็น แต่ในทางปฏิบัติกลับเบี่ยงเบนไปเพราะตัวชี้วัดงบประมาณยังผูกติดกับปริมาณคนไข้”

Advertisement

นอกจากนี้ยังได้เสนอให้ปรับเปลี่ยนแนวคิด Value Based Healthcare โดยวัดผลจากการสร้างสุขภาพที่ดีมากกว่าจำนวนผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งเป็นภาระงบประมาณมหาศาลของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่เป็นปลายทางของเบาหวานและความดัน หากสามารถลดจำนวนผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้จากการป้องกันในระดับชุมชน ก็จะสามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างชัดเจน และช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่งบประมาณมักกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่เพื่อให้เกิด หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่แท้จริง

ในประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายด้านยา นายก อบจ.ลำปาง มองว่าเป็นจุดรั่วไหลหนึ่งของระบบสาธารณสุขไทย เนื่องจากมีการจ่ายยาฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นในโรงพยาบาลรัฐ จนเกิดกรณีผู้ป่วยทิ้งยาที่หมดอายุจำนวนมาก หากสามารถประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ได้ จะมีเงินเหลือไปดูแลสวัสดิการหมอและพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะ Burnout และนำไปส่งเสริมกิจกรรมป้องกันโรค เช่น เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกาย

นางสาวตวงรัตน์ทิ้งท้ายถึงความคาดหวังต่อผู้แทนราษฎรในอนาคตว่า ต้องการคนที่มีวิสัยทัศน์ เข้าใจรายละเอียดของคุณภาพชีวิตประชาชนตั้งแต่เกิดจนโต และกล้าที่จะปรับปรุงระบบงบประมาณที่รั่วไหลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาประเทศ

Advertisement