Connect with us

ข่าว

BJC ผนึก DHL ตั้งบริษัทร่วมทุน รุกตลาดโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ ดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์ระดับภูมิภาค

Published

on

บีเจซี (BJC) จับมือ ดีเอชแอล (DHL) ตั้งบริษัทร่วมทุนรุกตลาดโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ ผสานเครือข่ายทั่วไทยกับเทคโนโลยีระดับโลก รองรับตลาดมูลค่า 6.45 แสนล้านบาท และเป้าหมาย Medical Hub

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (BJL) บริษัทในเครือ บีเจซี (BJC) และ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (DHL Supply Chain) ประกาศความร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับมาตรฐาน โลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ ในประเทศไทย รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพที่มีมูลค่าสูงและการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยตั้งเป้าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาค พร้อมแต่งตั้ง นายเคนนี่ ไท นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทร่วมทุนใหม่นี้

ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ อาคารบีเจซี (BJC House) เป็นการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน โดย กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี (BJC Big C) มีรากฐานเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลกว่า 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านขายยา 4,688 แห่ง ในขณะที่ ดีเอชแอล (DHL) มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีซัพพลายเชนระดับโลก บริษัทร่วมทุนนี้จะมีพนักงานรวมกว่า 2,500 คน มุ่งเน้นการให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับตลาดเฮลธ์แคร์ไทยที่คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.45 แสนล้านบาท ภายในปี 2573

การดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนจะเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์โดยเฉพาะ ครอบคลุมระบบคลังสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Multi-temperature) และคลังสินค้าแช่เย็นแช่แข็ง (Cold-chain) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) สามารถรองรับยาชีววัตถุ วัคซีน และเวชภัณฑ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน จะนำเทคโนโลยีบริหารจัดการคลังสินค้า (OMS) และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์มาใช้ เพื่อสร้างความโปร่งใสตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงวางเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีเจซี (BJC) ระบุว่า การจับมือกับผู้นำระดับโลกอย่าง ดีเอชแอล (DHL) จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศได้ โดยเน้นย้ำเรื่องความเข้าใจในบริบททางการแพทย์และกฎระเบียบที่ซับซ้อน ซึ่งจำเป็นมากสำหรับสังคมผู้สูงอายุที่ต้องการความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยสูงสุด ด้าน นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุน กล่าวเสริมว่า ภาคส่วนเฮลธ์แคร์ของไทยเติบโตเร็วกว่าภาคส่วนอื่น การลงทุนในระบบอัตโนมัติและทีมงานผู้เชี่ยวชาญครั้งนี้ จะช่วยกระจายยาและเวชภัณฑ์ไปสู่ชุมชนทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า

Advertisement

ทางด้าน นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (DHL Supply Chain) กลุ่มธุรกิจประเทศไทย มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบนิเวศสุขภาพในไทย ท่ามกลางความท้าทายเรื่องเวชศาสตร์เฉพาะบุคคลและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ความร่วมมือกว่าสองทศวรรษกับพันธมิตรอย่าง บีเจซี (BJC) จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ด้านโลจิสติกส์ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ในประเทศ แต่ยังมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Continue Reading
Advertisement