ข่าว
NIA ชี้เป้า 3 เทรนด์นวัตกรรมปี 2569 พร้อมเปิด 4 นโยบายเร่งเครื่องเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กางแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ชี้ทิศทางผู้ประกอบการไทยต้องจับตา 3 เทรนด์หลักทั้งด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางความท้าทายจาก AI และภูมิรัฐศาสตร์โลก พร้อมประกาศ 4 นโยบายนวัตกรรมมุ่งเน้นการลงทุน การเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ การกระจายตัวสู่ภูมิภาค และการยกระดับทักษะบุคลากร เพื่อผลักดันไทยสู่ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม อย่างเต็มรูปแบบ
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ว่า ในปี 2568 โลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงสำคัญจากการก้าวกระโดดของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัว โดย NIA ได้วิเคราะห์ 3 เทรนด์นวัตกรรมสำคัญ ได้แก่
- เทรนด์ทางเทคโนโลยี (Technology Trend) ที่เน้นการลดต้นทุนและสร้างความสามารถแข่งขันระยะยาว อาทิ Agentic AI หรือ AI เชิงปฏิบัติการที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ครบวงจร Hyper-Automation ระบบอัตโนมัติเชื่อมโยงลดงานซ้ำซ้อน และ Carbon Accounting ระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ส่งออกที่ต้องรับมือกับมาตรการ CBAM ของยุโรปและกฎหมายโลกร้อน
- เทรนด์ทางธุรกิจ (Market Trend) พบการเติบโตในกลุ่ม Health and Wellness ที่ขยายจากแค่การรักษาไปสู่การป้องกันและบำบัด โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่มีปัญหา Office Syndrome และการนอนหลับ ตามมาด้วย Pet Economy หรือเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงที่กลายเป็นกระแสหลัก ตลาดอาหารและบริการระดับพรีเมียมสำหรับสัตว์เลี้ยงขยายตัวสูง และกลุ่ม Green & Circular Business การสร้างมูลค่าจากของเหลือใช้ (Upcycling) ที่ตอบโจทย์รักษ์โลก นอกจากนี้ยังมี
- เทรนด์ในผู้บริโภค (Consumer Trend) ที่เปลี่ยนไปสู่ความคุ้มค่าและใส่ใจตนเอง เกิดเป็นกระแส Hyper-Personalization หรือสินค้าที่รู้ใจรายบุคคล Silver Solution ธุรกิจเพื่อสังคมสูงวัย และ Muketing หรือเศรษฐกิจสายมู ที่นำความเชื่อมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

เพื่อตอบรับกับเทรนด์ดังกล่าว NIA ได้กำหนด 4 นโยบายนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศ ประกอบด้วย
- การส่งเสริมการลงทุนธุรกิจนวัตกรรม (Investment) มุ่งเน้นกลไกการร่วมลงทุน (Co-funding) ร่วมกับ VC/CVC และมาตรการยกเว้นภาษี Capital Gains Tax เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
- เชื่อมโยงทุกภาคส่วน (Innovation Linkages) เน้นแปลงงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และเตรียมผลักดัน IP Financing นำทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นหลักประกันทางธุรกิจ
- การส่งเสริมระดับพื้นที่ (Regionalization) กระจายโอกาสผ่านโครงการอย่าง นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้ เพื่อสร้างฮีโร่เศรษฐกิจท้องถิ่น
- ยกระดับทักษะนวัตกรรม (Innovation Competency) ปลูกฝังทักษะผ่าน NIA Academy และผลักดันมาตรฐาน ISO56001 เพื่อสร้างระบบจัดการนวัตกรรมที่เป็นสากล

ดร.กริชผกา ยังได้สะท้อนมุมมองเชิงนโยบายว่า ที่ผ่านมานโยบายด้านนวัตกรรมของไทยถือว่ายังอ่อนแรงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ แต่ปัจจุบันเริ่มมีการตื่นตัวมากขึ้นจากภาคการเมือง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือหากไทยจะมุ่งแข่งขันสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีแข่งกับชาติมหาอำนาจอาจเป็นเรื่องยากและเสียเปรียบ จุดยืนของไทยจึงควรเป็นการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเหล่านั้น มาต่อยอดเป็น Application หรือการประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาจริงในสังคม ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สตาร์ตอัปไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใด และจะนำไปสู่การสร้างจุดยืนใหม่ของประเทศในเวทีโลก
