ข่าว
เทนเซ็นต์ คลาวด์ จับมือ บิทคับ กรุ๊ป ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI เสริมความปลอดภัยแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เทนเซ็นต์ คลาวด์ (Tencent Cloud) ยักษ์ใหญ่ด้านบริการระบบคลาวด์ระดับโลก ประกาศลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บิทคับ กรุ๊ป (Bitkub Group) ผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย และรองรับการขยายตัวของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ (Bitkub Exchange) รวมถึงบริษัทในเครือ ท่ามกลางการเติบโตของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการระบบข้อมูลและสภาพแวดล้อมการทำงานของ Bitkub ให้มีความเสถียรและคุ้มค่าด้านต้นทุน โดยจะมีการนำโซลูชันคลาวด์เนทีฟอย่าง Tencent Kubernetes Engine (TKE) เข้ามาช่วยจัดการนวัตกรรมและรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมากได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมีการใช้ AMD-based compute instances และระบบ Multi-availability Zone เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและกู้คืนข้อมูลได้ทันทีหากเกิดเหตุขัดข้อง
จิมมี เฉิน (Jimmy Chen) รองประธาน Tencent Cloud International ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Tencent Cloud ในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ล้ำสมัย ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดของภาคส่วนคริปโทเคอร์เรนซีและ Web3 ในตลาดโลก ด้วยการมอบโซลูชันที่ปลอดภัยและคุ้มค่า เรามุ่งหวังที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ Bitkub ให้สามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและเสริมความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อมสินทรัพย์ดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว”
ทางด้าน จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub Capital Group Holdings) เปิดเผยว่า “การร่วมมือกับ Tencent Cloud ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ช่วยให้เรายกระดับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมาก ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ไม่เพียงเสริมความเป็นผู้นำของ บิทคับ (Bitkub) ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีไทย แต่ยังสนับสนุนเป้าหมายการขยายตัวของเรา เพื่อพลิกโฉมการเข้าถึงระบบการเงินรูปแบบใหม่ผ่านนวัตกรรมที่เสริมพลังให้ผู้คนก้าวสู่ออนาคตทางการเงินที่เปิดกว้าง”
สำหรับแผนงานในอนาคต ทั้งสองบริษัทเตรียมขยายความร่วมมือไปสู่การใช้งานฐานข้อมูลประสิทธิภาพสูง อาทิ TDSQL, Redis และ MongoDB เพื่อรองรับงานสำคัญระดับ Mission-critical พร้อมทั้งนำเครื่องมือ CodeBuddy ซึ่งเป็น AI ช่วยเขียนโค้ดมาเพิ่มประสิทธิภาพให้นักพัฒนา นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาโซลูชัน eKYC และระบบ Tencent Cloud Risk Control Engine (RCE) เพื่อยกระดับการป้องกันความเสี่ยงและคุ้มครองสินทรัพย์ของผู้ใช้งานให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Tencent Cloud ยังได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน BITKUB SUMMIT 2025 เพื่อตอกย้ำการผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค
