Connect with us

ข่าว

Jobsdb by SEEK เผยเทรนด์งานปี 68 องค์กรแห่เพิ่มวันลาสุขภาพจิต-ดูแลครอบครัว พร้อมเปิดโผโบนัสเฉลี่ย 1.8 เดือน

Published

on

Jobsdb by SEEK เผยเทรนด์สำคัญตลาดแรงงานไทยปี 2568 เน้นบทบาท Gen Z, โอกาสจาก AI, การปรับตัวขององค์กรสู่ความยืดหยุ่น และการเฝ้าระวังประกาศงานหลอกลวง (Job Scam) ผู้ประกอบการและแรงงานไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายและโอกาสในปี 2569

สำนักข่าวบริคอินโฟ – จ๊อบส์ดีบี บาย ซีค (Jobsdb by SEEK) เปิดเผยข้อมูลทิศทางตลาดแรงงานไทยในปี 2568 พบว่าปัจจัยเรื่องสวัสดิการและการยกระดับคุณภาพชีวิตกลายเป็นตัวแปรสำคัญอันดับ 1 ในการตัดสินใจสมัครงาน โดยองค์กรส่วนใหญ่เริ่มปรับตัวด้วยการเพิ่มวันลาพิเศษเพื่อดูแลสุขภาพใจและครอบครัว นอกเหนือจากวันลาพักร้อนปกติ ขณะที่ด้านผลตอบแทนพบว่ามีความโปร่งใสมากขึ้น โดยมีอัตราการจ่ายโบนัสเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8 เดือน และมีแนวโน้มปรับขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 1-5%

รายงานข้อมูลจาก Hiring, Compensation & Benefits (HCB) Report 2025 ระบุว่า นอกเหนือจากวัฒนธรรมองค์กรที่มีความยืดหยุ่นแล้ว ภาคธุรกิจกำลังหันมาให้ความสำคัญกับ สวัสดิการวันลาพิเศษ เพื่อตอบโจทย์สุขภาวะที่ดี (Well-being) ของพนักงานอย่างรอบด้าน โดยพบว่า 11% ขององค์กรมีแผนที่จะเพิ่ม วันลาสุขภาพจิต (Mental Health Day Off) และอีก 15% เตรียมเพิ่มวันลาพิเศษเพื่อดูแลครอบครัว (Family Care Leave) เข้าไปในสวัสดิการพื้นฐาน นอกจากนี้ วันลาในวันเกิดยังคงเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่คนทำงานให้ความสนใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการดูแลบุคลากรได้เปลี่ยนจากการให้สิทธิตามกฎหมายพื้นฐาน ไปสู่การดูแลในฐานะมนุษย์ที่มีความต้องการหลากหลายมากขึ้น

ทางด้าน นางสาวดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงในตลาดงานปี 2568 ผลักดันให้หลายองค์กรปรับวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากร โดยสวัสดิการที่ตอบโจทย์สุขภาวะที่ดีเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจและความยั่งยืนในการทำงาน การปรับตัวให้เข้ากับคนทำงานรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยที่ดึงดูดความเชื่อมั่น เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องสุขภาพกายและใจแล้ว นิยามของ Well-being ในปัจจุบันยังครอบคลุมถึง ความมั่นคงทางการเงิน และความโปร่งใสของผลตอบแทน โดยข้อมูลระบุว่า องค์กรไทยกว่า 79% มีการเปิดเผยวิธีการคำนวณและจ่ายโบนัสให้บุคลากรทราบอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความไว้ใจและแรงจูงใจในระยะยาว ช่วยรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรได้นานขึ้น ผ่านระบบผลตอบแทนที่ยุติธรรมและสามารถตรวจสอบได้

Advertisement

สำหรับตัวเลขผลตอบแทนทางการเงินในปี 2568 พบว่า องค์กรไทยกว่า 84% ยังคงมีนโยบายจ่ายโบนัสตามผลการดำเนินงาน โดยภาพรวมมี ค่าเฉลี่ยโบนัสอยู่ที่ประมาณ 1.8 เดือน ขณะเดียวกันองค์กรกว่า 85% มีนโยบายที่จะปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่กำหนดอัตราการขึ้นเงินเดือนไว้ที่ 1–5% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีการเน้นเรื่องสวัสดิการด้านจิตใจ แต่ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินยังคงเป็นปัจจัยหลักที่องค์กรใช้ในการมัดใจคนทำงาน ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม

Continue Reading
Advertisement