Connect with us

ข่าว

การ์ทเนอร์ เปิด 5 จุดบอดอันตราย GenAI ที่ผู้บริหารไอทีต้องเร่งจัดการภายในปี 2573

Published

on

การ์ทเนอร์ (Gartner) เผย 5 จุดบอด GenAI ที่ผู้บริหารไอทีมักมองข้าม ทั้ง Shadow AI หนี้ทางเทคนิค และ Vendor Lock-in แนะ CIO เร่งจัดการเชิงรุกเพื่อเลี่ยงความล้มเหลวในระยะยาว

สำนักข่าวบริคอินโฟ – การ์ทเนอร์ (Gartner) ชี้ความเสี่ยงสำคัญจากการนำ Generative AI หรือ GenAI มาใช้งานในองค์กร ซึ่งเปรียบเสมือนจุดบอดอันตรายที่ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) มักมองข้ามและอาจส่งผลกระทบตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 ประเด็นเหล่านี้จะเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างองค์กรที่ใช้งาน AI อย่างมีกลยุทธ์กับองค์กรที่ต้องเผชิญกับความล้มเหลว จึงแนะให้เร่งแก้ไขความท้าทายที่ซ่อนเร้นเหล่านี้ในเชิงรุก

อรุณ จันทรเศกการัน รองประธานนักวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ (Gartner) เปิดเผยว่า เทคโนโลยีและเทคนิคการใช้งานของ GenAI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับความคาดหวังที่สูงขององค์กร ผู้บริหาร CIO จึงต้องเผชิญความท้าทายในการเป็นผู้นำท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้องค์กรส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมของข้อมูล แต่กลับมองข้ามความเสี่ยงที่เป็นคลื่นใต้น้ำ ซึ่งหากไม่จัดการอาจบ่อนทำลายความสำเร็จในระยะยาว โดย การ์ทเนอร์ ได้สรุป 5 จุดบอดสำคัญที่ต้องเร่งรับมือ ดังนี้:

  • การปะทุของ Shadow AI (Explosion of Shadow AI): หรือการแอบใช้ AI ในทางลับ โดยผลสำรวจพบว่า 69% ขององค์กรสงสัยว่าพนักงานกำลังใช้ GenAI สาธารณะที่ต้องห้าม ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คาดว่าภายในปี 2573 กว่า 40% ขององค์กรจะเผชิญเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เชื่อมโยงกับ Shadow AI ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • หนี้ทางเทคนิคจาก AI (AI Technical Debt): การ์ทเนอร์คาดว่าภายในปี 2573 องค์กร 50% จะเผชิญกับการอัปเกรด AI ที่ล่าช้าและต้นทุนการบำรุงรักษาที่สูงขึ้น เนื่องจากการจัดการสิ่งที่ AI สร้างขึ้น (เช่น โค้ด หรือ เนื้อหา) ยังไม่ดีพอ ซึ่งอาจกัดกร่อนผลตอบแทนจากการลงทุน
  • ความต้องการด้านอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty): ภายในปี 2571 รัฐบาลทั่วโลก 65% จะออกข้อกำหนดด้านอธิปไตยทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากต่างประเทศ ซึ่งอาจชะลอการปรับใช้ AI และเพิ่มต้นทุนรวมของการเป็นเจ้าของระบบไอที (TCO) CIO จึงต้องดึงทีมกฎหมายเข้ามามีส่วนร่วมในกลยุทธ์ AI ตั้งแต่เริ่มต้น
  • การเสื่อมถอยของทักษะ (Skills Erosion): การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ความเชี่ยวชาญและการตัดสินใจของมนุษย์ลดลงโดยไม่รู้ตัว และอาจเกิดปัญหาเมื่อระบบล้มเหลว องค์กรจึงควรออกแบบโซลูชัน AI เพื่อเสริมการทำงานของมนุษย์ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ทักษะสำคัญเหล่านั้น
  • การผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว (Vendor Lock-In): องค์กรมักเลือกผู้ให้บริการเพียงรายเดียวเพื่อความสะดวก แต่อาจเสียอำนาจต่อรองในอนาคตและกระทบต่อความคล่องตัวทางเทคนิค

อรุณ กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อจัดการกับความเสี่ยงเรื่องการผูกขาดเทคโนโลยี การจัดลำดับความสำคัญของมาตรฐานเปิด API และสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ จะช่วยให้องค์กรหลีกเลี่ยงการยึดติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งมากเกินไป และควรกำหนดมาตรฐานการทำงานร่วมกันในโครงการนำร่อง GenAI ให้ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนมีความคุ้มค่าและยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement