ข่าว
สมาคมการค้ายาสูบไทยร้อง Meta (Facebook) เร่งปราบปราม “บุหรี่เถื่อน” ออนไลน์ ชี้กลุ่ม-เพจเป็นช่องทางหลักกระจายสินค้าผิดกฎหมาย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมาคมการค้ายาสูบไทย (Thai Tobacco Trade Association – TTTA) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลและเรียกร้องไปยัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ให้เข้าตรวจสอบและดำเนินการกับบริษัท Meta เจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook เนื่องจากพบว่ากลุ่ม (Groups) และเพจ (Pages) บนแพลตฟอร์มยังคงเป็นช่องทางหลักและเปิดเผยในการจำหน่าย “บุหรี่ผิดกฎหมาย” หรือ “บุหรี่เถื่อน” ที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มอายุอย่างง่ายดาย ทำให้ความพยายามในการปราบปรามของหน่วยงานภาครัฐตลอดทั้งปีถูกบั่นทอนลง พร้อมระบุว่าการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายนี้อาจสะท้อนช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลของเจ้าของแพลตฟอร์ม
นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า ปัญหาหลักของการซื้อขาย บุหรี่เถื่อน บน Facebook เกิดจากผู้ขายสามารถตั้งชื่อและแสดงรูปภาพ บุหรี่ ได้อย่างโจ่งแจ้ง ทั้งการขายแบบเปิดเผยและการยิงโฆษณา นอกจากนี้ ผู้ขายยังเลี่ยงการปิดกั้นคำค้นหาด้วยการใช้ ตัวย่อ แทนคำว่า “บุหรี่” ร่วมกับการแสดงรูปสินค้า ทำให้มาตรการปิดกั้นคำค้นหาไม่สามารถยับยั้งการซื้อขายออนไลน์ได้อย่างแท้จริง โดยทางสมาคมฯ ได้เน้นย้ำให้ Facebook ต้องดำเนินการปิดกั้นทุกช่องทาง ทั้ง Marketplace, กลุ่ม, ชื่อเพจ และชื่อสินค้า รวมถึงใช้ เครื่องมือ AI ที่มีอยู่ในการตรวจสอบเนื้อหาและรูปภาพเพื่อระบุว่าเป็น บุหรี่ หรือไม่ เพราะการยิงโฆษณาเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ สินค้าผิดกฎหมาย เข้าถึงได้โดยไม่จำกัดกลุ่มอายุ
สมาคมฯ ยังกล่าวถึงข้อมูลจากเอกสารลับของ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp) ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Reuters ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2567 ของบริษัทส่วนหนึ่งอาจมาจากโฆษณาหลอกลวงและ สินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งอาจสูงถึง 10% หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงการขาดการปิดกั้นโฆษณาเกี่ยวกับ สินค้าอันตราย และ ผิดกฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลของเจ้าของแพลตฟอร์มในการปกป้องเด็กและเยาวชน รวมถึงขาดความตั้งใจที่จะปฏิบัติตาม กฎหมายไทย
ผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ย้ำว่า พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ของประเทศไทยระบุชัดเจนว่า ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ผ่าน ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามแสดงผลิตภัณฑ์และโฆษณาทำการตลาด การที่ Facebook ยังเปิดช่องให้มีการซื้อขาย บุหรี่เถื่อน จึงถือเป็นการละเมิดและบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของ กฎหมายไทย โดยที่หน่วยงานราชการไทยหลายภาคส่วน เช่น กรมสรรพสามิต, ตำรวจสอบสวนกลาง, กรมการปกครอง และ กรมศุลกากร ได้มุ่งมั่นปราบปรามและจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจาก แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ดังนั้น สมาคมการค้ายาสูบไทย จึงเรียกร้องให้ Facebook ใช้มาตรการและเครื่องมือที่เข้มงวดกว่าเดิมเพื่อหยุดยั้งการซื้อขาย บุหรี่ผิดกฎหมาย อย่างจริงจัง และเรียกร้องให้ กระทรวงดิจิทัลฯ เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ สถิติจาก กรมสรรพสามิต ในปี พ.ศ. 2568 (ตามข้อมูลที่ได้รับ) ระบุว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับยาสูบเพิ่มขึ้นเป็น 18,305 คดี จาก 13,143 คดีในปี พ.ศ. 2567 หรือเติบโต 39% และค่าปรับรวมสูงถึง 1,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 225% โดยสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณ กรมสรรพสามิต สำหรับการดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องรายได้ภาษีและผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
