Connect with us

ข่าว

บุหรี่เถื่อนระบาดหนัก 5 เท่า ฉุดรายได้รัฐ 2.3 หมื่นล้าน ร้านค้า-ชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนหนัก

Published

on

สมาคมการค้ายาสูบไทย (TTTA) เรียกร้องรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ให้เร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ปลอมที่ลักลอบนำเข้าจากกัมพูชา ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี และคุกคามสุขภาพประชาชน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์บุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤต โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าบุหรี่เถื่อนมีการเติบโตขึ้นกว่า 5 เท่า จาก 6% ในปี 2563 พุ่งขึ้นเป็น 28.1% ในปี 2568 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตกว่า 23,000 ล้านบาทต่อปี ปัญหานี้ยังสร้างความเสียหายตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกรชาวไร่ยาสูบไปจนถึงผู้ประกอบการร้านค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ข้อมูลจากการเสวนา “ปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแลบริหารการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย ระบุว่าการระบาดของบุหรี่เถื่อนเป็นภัยคุกคามที่บ่อนทำลายอุตสาหกรรมยาสูบถูกกฎหมายของไทย

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย (Thai Tobacco Trade Association) เปิดเผยว่า ร้านค้าปลีกที่ขายบุหรี่ถูกกฎหมาย กว่า 100,000 รายได้ทยอยยกเลิกการขายและไม่ต่อใบอนุญาต ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียง 400,000 รายทั่วประเทศ และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบุหรี่เถื่อนที่ขายในราคาต่ำเพียงซองละ 20-30 บาท ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าผิดกฎหมายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

นางสาวธัญญศรัณกล่าวว่า “บุหรี่เถื่อนมีขายกันเกลื่อนทุกพื้นที่ ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ผู้ประกอบกิจการถูกกฎหมายเดือดร้อนกันหมดทั้งร้านค้าส่งและร้านค้าปลีก จากที่เคยขายได้เดือนละเป็นหมื่น ตอนนี้ต่อเดือนยังไม่ถึงครึ่งที่เคยขายได้ ลูกค้าประจำไม่กลับมาซื้อบุหรี่ที่หน้าร้าน แต่สั่งผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook ที่สั่งซื้อง่าย ส่งฟรี แถมมีบริการเก็บเงินปลายทางได้ ซึ่งเป็นการละเมิด พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ที่ห้ามขายบุหรี่ออนไลน์อย่างชัดเจน” พร้อมระบุว่าทางสมาคมฯ ได้รวบรวมเบาะแสการค้าบุหรี่เถื่อนออนไลน์กว่า 3,000 บัญชี และเบาะแสร้านค้าที่มีหน้าร้านไม่ต่ำกว่า 30 ร้านต่อเดือน และส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ระบุว่า การระบาดของบุหรี่เถื่อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของ ยสท. ซึ่งจากเดิมที่เคยขายบุหรี่ได้กว่า 2.8 หมื่นล้านมวน และมีกำไรกว่า 9.3 พันล้านบาทในปี 2560 ลดลงเหลือเพียง 1.2 หมื่นล้านมวนในปี 2567 และมีกำไรเหลือเพียง 735 ล้านบาทเท่านั้น การหดตัวของตลาดส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบกว่า 22,000 ครอบครัวทั่วประเทศ เนื่องจากโควตาการรับซื้อใบยาลดลงตามไปด้วย

Advertisement

นายกิตติทัศน์ ผาทอง ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย อธิบายว่า “เมื่อ ยสท. ขายบุหรี่ไม่ได้ โควตารับซื้อใบยาของชาวไร่ก็ลดลงตามไปด้วย จากที่เกษตรกรชาวไร่ยาสูบเคยขายใบยาได้เกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปีในปี 2560 ลดลงเหลือเพียง 940 ล้านบาท ในปี 2568 ตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ บุหรี่เถื่อน โตขึ้นมา เท่ากับว่าเกษตรกรชาวไร่ยาสูบเราสูญเสียไปแล้วปีละกว่า 1,000 ล้านบาท”

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว สมาคมการค้ายาสูบไทยและคณะทำงานต่อต้านบุหรี่ผิดกฎหมายได้เสนอ 2 ข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่ การปราบปรามการค้าบุหรี่เถื่อนออนไลน์ โดยสั่งการให้แพลตฟอร์มต่างๆ โดยเฉพาะ Facebook หยุดโฆษณาและขายสินค้า รวมถึงการปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และ การทบทวนและแก้ไขกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการผ่านแดนสินค้ากลุ่มเสี่ยงสูง เช่น บุหรี่ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

Continue Reading
Advertisement