ข่าว
กองทุนน้ำมันฯ ปี 2568 ฟื้นตัว ฐานะติดลบต่ำสุดในรอบ 3 ปี เดินหน้า Quick Big Win ดูแลราคาพลังงาน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Oil Fuel Fund (OFF) รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณ 2568 (1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568) โดยระบุว่า ฐานะการเงินของกองทุนน้ำมันฯ มีความก้าวหน้าในการฟื้นฟูอย่างชัดเจน ยอดติดลบล่าสุด ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เหลือเพียง 13,274 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับ “ต่ำสุดในรอบ 3 ปี” จากที่เคยติดลบสูงถึง 99,087 ล้านบาทเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2567 สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) มั่นใจว่าจะสามารถชำระคืนหนี้เงินกู้ทั้งหมดได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมเดินหน้าตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลและ กระทรวงพลังงาน ในการดูแลราคาพลังงานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน
ปี 2568 เป็นปีที่ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในตลาดโลกมีความผันผวนพอสมควร แม้ว่าราคาโดยรวมจะอยู่ในระดับที่ไม่ได้สูงมากนัก ราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เฉลี่ยอยู่ที่ 70.60 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปี 2567 ที่ 79.57 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความผันผวน ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว, การเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณี “อิสราเอล-อิหร่าน” และ “รัสเซีย-ยูเครน” ที่ยังคงยืดเยื้อ สำหรับ ทิศทางราคาน้ำมันในปี 2569 สกนช. คาดการณ์ว่าราคาจะทรงตัวในระดับต่ำกว่าปี 2568 โดย น้ำมันดิบดูไบ อาจเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
ในช่วงปี 2568 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ดำเนินการที่สำคัญหลายประการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ได้แก่ การปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพื่อลด ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล และ น้ำมันเบนซิน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และการดำเนินการตามนโยบาย Quick Big Win ที่ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1 บาทต่อลิตรสำหรับดีเซล และ 0.80 บาทต่อลิตรสำหรับเบนซิน นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ยังมีมติปรับลดการจัดเก็บเงินในช่วงเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่าง “อิสราเอล-อิหร่าน” เพื่อ ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกิน 32 บาท/ลิตร รวมถึงมีการ ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ขนาด 15 กิโลกรัมไว้ที่ 423 บาท/ถังอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดมีการขยายระยะเวลาออกไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568
ด้านการบริหารสภาพคล่องและการฟื้นฟูฐานะกองทุนฯ จากข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ยอดติดลบของ กองทุนน้ำมันฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ 13,274 ล้านบาท (บัญชีน้ำมันเป็นบวก 27,965 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 41,239 ล้านบาท) และมี หนี้เงินกู้ยืม คงเหลือ 31,804 ล้านบาท
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กล่าวว่า “ปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของกองทุนน้ำมันฯ ฐานะการเงินฟื้นตัวชัดเจน และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานให้กับประชาชน ซึ่งในปี 2568 นี้ หากราคาน้ำมันตลาดโลกยังทรงตัวในระดับปัจจุบัน คาดว่า กองทุนน้ำมันฯ จะมีฐานะเป็นบวกได้ภายในสิ้นปี และเชื่อมั่นว่าจะสามารถ ชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร ทั้งหมดได้ตามระยะเวลาที่กำหนดภายในปี 2572 อย่างแน่นอน หรืออาจจะเร็วกว่าที่กำหนดหากราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ผันผวนมากจนเกินไป”
นายพรชัย ยังยืนยันด้วยว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดำเนินงานด้วยหลักการ “เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้” และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศภายใต้นโยบาย “Quick Big Win” ของ กระทรวงพลังงาน เพื่อดูแลราคาพลังงานให้เป็นธรรมและยั่งยืน
