ข่าว
ส.นักข่าว จัด โครงการมองจีนยุคใหม่ รุ่นที่ 7 หนุนความสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ผ่านการเสริมความรู้ให้สื่อมวลชน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (Thai Journalists Association: TJA) ได้เปิดโครงการมองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ รุ่นที่ 7 โดยมี ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน”
ปีนี้ถือเป็นวาระสำคัญ “ปีทองแห่งมิตรภาพ” ที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันเกี่ยวกับประเทศจีนในมิติที่รอบด้านแก่สื่อมวลชนไทย เพื่อกลับมารายงานข่าวสารสู่คนไทยได้อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในปีนี้คณะผู้เข้าร่วมจะเดินทางไปเยือน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งมีความสำคัญในฐานะประตูยุทธศาสตร์เชื่อมจีนกับอาเซียน และบทบาทในข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตจีน ยังได้ย้ำถึงความร่วมมือกับไทยในการแก้ไขปัญหากลุ่ม สแกมเมอร์ และ อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงพร้อมสนับสนุนการเจรจา ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วย
นางสาว นรินี เรืองหนู นายก สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (TJA) กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 โดยเป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง สมาคมนักข่าวฯ และ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย การจัดอบรมในปีนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวาระ ครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพ”
ด้าน ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมือในการจัดโครงการนี้ โดยหวังว่า สื่อมวลชน จะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ของสองฝ่ายไปสู่อีก 50 ปีทองต่อไป พร้อมทั้งกล่าวถึงความคืบหน้าของประเทศจีนภายใต้ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14” (ปีสุดท้ายของแผน) แม้จีนต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่จีนมีส่วนช่วยต่อการเติบโตของ เศรษฐกิจโลก มากถึงประมาณ 30% โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนได้เพิ่มขึ้นจาก 110 ล้านล้าน เป็น 120 ล้านล้าน และ 130 ล้านล้านหยวนตามลำดับ ใน 4 ปีแรกมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 5.5% และคาดว่าตลอด 5 ปีจะขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 35 ล้านล้านหยวน
เอกอัครราชทูตจีน ยังได้กล่าวถึงเป้าหมายหลักของ “แผนฉบับที่ 15” ที่จะเริ่มในปีหน้าว่า แผนดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการชี้นำทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยจะเน้นการ พัฒนาคุณภาพสูง และยกระดับความสามารถในการ พึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ถึงปี 2035 จีนจะสามารถบรรลุความยิ่งใหญ่ ทั้งทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ความมั่นคง ความเข้มแข็งในภาพรวม และบทบาทในเวทีโลก รวมถึงรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชนจีนจะเทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาในระดับปานกลาง
“ตลาดขนาดใหญ่ของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “การตอบสนองความต้องการภายในประเทศจีน” เป็น “โอกาสของโลก”” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า จีนกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะ นวัตกรรม ของโลก โดยอยู่ใน 10 อันดับแรกของ ดัชนีนวัตกรรมโลก และเป็นผู้นำโลกด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งในช่วง 4 ปีแรก จีนสามารถรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 5.5% ด้วยอัตราการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงปีละ 4.7% และปัจจุบันพลังงานไฟฟ้าที่ประชาชนจีนใช้ทุก ๆ 3 หน่วย จะมี 1 หน่วยเป็น พลังงานสีเขียว
นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแล้ว นายจาง เจี้ยนเว่ย ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหากลุ่ม สแกมเมอร์ และ อาชญากรรมหลอกลวง โดยมีการเชื่อมโยงไปถึงผู้ต้องหาสัญชาติจีน โดยระบุว่า รัฐบาลจีน ชื่นชมฝ่ายไทยที่ใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปราบปราม การพนันออนไลน์ และ การหลอกลวงออนไลน์ พร้อมย้ำให้ความร่วมมือกับไทยเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รวมถึงกรณี ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วย
