ข่าว
ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดเวที AI ระดับโลก ดึงบิ๊กเทคชี้อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลไทย พร้อมเดินหน้าสู่ ‘AI Hub อาเซียน’
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) จัดเวทีสัมมนาใหญ่ ‘Digital & AI Intelligence Unleashed’ ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมสร้างอนาคตเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า – Innovate the Future for a Better Tomorrow” ในงาน CP Innovation Exposition and Symposium 2025 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค โดยระดมผู้นำจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก (Big Tech) เช่น Google, Microsoft, AWS, Huawei, Tencent และ BytePlus ร่วมวิเคราะห์ทิศทางและเร่งให้องค์กรไทยก้าวสู่ยุค AI ภายใน 3–5 ปี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า AI คือรากฐานความได้เปรียบทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในทศวรรษหน้า
เวทีดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความสำคัญเร่งด่วนของการปรับตัวสู่ยุค AI โดยมีการกล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาชี้ชะตาเศรษฐกิจดิจิทัลไทย เพราะ AI ไม่ใช่อนาคตอันไกลอีกต่อไป แต่คือรากฐานความได้เปรียบในทศวรรษหน้า”
ขณะที่ผู้บริหารจาก Accenture Thailand ได้ฉายภาพเทรนด์ AI ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงแนวโน้มที่ทุกคนจะสามารถสร้างซอฟต์แวร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด (Binary Big Bang) และการที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models – LMs) จะเชื่อมต่อกับโลกจริงผ่านหุ่นยนต์และเซนเซอร์ (When LMs Get Their Bodies)
ด้านความพร้อมของประเทศไทย ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เปิดเผยผลสำรวจองค์กรไทยกว่า 600 แห่ง พบว่ามีเพียง 15−17% เท่านั้นที่นำ AI ไปใช้จริง โดยมีจุดอ่อนสำคัญคือการขาดทักษะของบุคลากรและโครงสร้างเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับแผน AI แห่งชาติที่เน้นการเตรียมความพร้อมของคน (Readiness) และการนำไปใช้จริง (Adoption) โดย เนคเทค เตรียมเดินหน้าสร้าง Data Bank ภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 2 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพร่วมกับเอกชน เพื่อตั้งเป้าผลิตบุคลากร AI กว่า 30,000 คน
ผู้นำจาก Google, Microsoft, และ AWS ได้ร่วมให้ข้อแนะนำต่อก้าวสำคัญของไทยสู่การใช้ AI ในการทำธุรกิจ คุณอรรณพ ศิริติกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ Google Cloud ระบุว่า ยุคนี้คือการใส่ “ความฉลาด” ให้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ พร้อมเผยแผนการลงทุน Google Cloud Region ในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลดความหน่วง (latency) และเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย
ด้านคุณวสุพล ธารกกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Microsoft Thailand เน้นย้ำ 4 ด้านหลักของการทรานส์ฟอร์มธุรกิจในยุค AI ได้แก่ พนักงาน, ลูกค้า, กระบวนการทำงาน, และนวัตกรรม โดยกล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือ AI ต้องเชื่อมกับเครื่องมือจริงที่คนใช้อยู่แล้ว เช่น Microsoft 365 เพื่อให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นทันที”
ขณะที่คุณอภิเชษฐ์ ชัยเพ็ชร ผู้จัดการฝ่ายสถาปัตยกรรมโซลูชัน Amazon Web Services (AWS) ประเทศไทย เน้นหลักคิดพื้นฐานของ Amazon คือการยึด “สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า” (Customer Obsession) และการตัดสินใจอย่างรวดเร็วผ่านหลักการ Two-Way Door
ในส่วนของการสร้าง “คุณค่าที่แท้จริง” (Real Value) และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของ AI ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ Huawei Technologies (Thailand) มองว่า AI สร้างคุณค่าใน 4 มิติหลัก คือ รายได้, ต้นทุน, การดำเนินงาน, และความยั่งยืน โดยระบุว่า “ROI ของ AI ไม่ได้วัดเพียงผลลัพธ์ทางการเงินในระยะสั้น แต่คือการลงทุนในความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ขององค์กรในระยะยาว ประเทศไทยเองกำลังมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น AI Hub ของอาเซียน”
ด้านคุณจิมมี่ เฉิน รองประธานและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Tencent Cloud ชี้ว่าวิธีเดียวที่ทำให้การลงทุนคุ้มค่าคือการโฟกัสคุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้า โดยประโยชน์ของ AI อาจไม่สะท้อนเป็นรายได้โดยตรงในบางบริการ แต่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจที่สร้างรายได้จริงอย่างเกมและโฆษณา
สำหรับคุณหยาน เกา ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ BytePlus กล่าวปิดท้ายว่า “การวัดความสำเร็จของ AI ไม่ได้วัดเพียงแค่รายได้หรือกำไรเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ระดับการนำไปใช้งานจริง (Adoption)” โดยเน้นย้ำความสำคัญของการทำให้ AI เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและองค์กรสามารถประยุกต์ใช้ได้จริง
