Connect with us

ข่าว

SYNNEX รายได้ครึ่งปี 68 โต 17% อานิสงส์ AI ทำให้คนเปลี่ยนอุปกรณ์มากขึ้น เปิดวิสัยทัศน์ “AI Ecosystem” ในงาน SYNNEX PARTNER CONNECT 2025

Published

on

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX จัดงานใหญ่ประจำปี “SYNNEX PARTNER CONNECT 2025” ภายใต้แนวคิด “CRAFTING A SMARTER FUTURE” โดยประกาศวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็น “AI Ecosystem” พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรและดีลเลอร์จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจในยุคที่เทคโนโลยี AI, Cloud, Cybersecurity และเทคโนโลยีเกิดใหม่ (Emerging Tech) จะเป็นปัจจัยหลักในการสร้างโอกาสใหม่ๆ

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ได้กล่าวถึงความสำคัญของงานครั้งนี้ว่า SYNNEX PARTNER CONNECT 2025 เปรียบเสมือน Gateway ที่จะนำไปสู่อนาคตดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อโซลูชันด้านไอทีที่ครบวงจร ตั้งแต่สินค้าไอทีสำหรับผู้บริโภคทั่วไปไปจนถึงโซลูชันสำหรับองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการในอนาคต โดยมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งจากกว่า 70 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก และยังคงให้ความสำคัญกับหลัก “ความไว้วางใจ” (Trust) ที่เป็นหัวใจในการทำงานร่วมกับพันธมิตรและลูกค้ามาตลอด 37 ปี

ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น เช่น อุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถวัดพฤติกรรมสุขภาพได้

นอกจากนี้ เมื่อประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ภาคธุรกิจก็จำเป็นต้องใส่ใจและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่ง SYNNEX เองก็ได้เปิดตัวโซลูชัน SYNNEX Energy เพื่อบริหารจัดการด้านพลังงานสำหรับลูกค้ากลุ่มที่พักอาศัยและอาคารธุรกิจ พร้อมนำ AI มาช่วยพัฒนา Ecosystem ของธุรกิจให้แข็งแกร่ง

Advertisement
SYNEX (ซินเน็ค) เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง รายได้รวม 11,655 ล้านบาท กำไรพุ่ง 19% แม้เป็นช่วงโลว์ซีซัน เตรียมรับไฮซีซันช่วงครึ่งปีหลังพร้อมสินค้าใหม่ เช่น Nintendo Switch 2 และการเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Cloud พร้อมอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น

นางสาวสุธิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “SYNNEX PARTNER CONNECT 2025 ไม่ใช่เพียงเวทีสัมมนาและจัดแสดงเทคโนโลยี แต่คือการประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับทั้งอุตสาหกรรม เราเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลคือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต และเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ซินเน็คจึงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยโซลูชันและบริการที่สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ควบคู่กับการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”

สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก SYNNEX สร้างรายได้รวม 22,814 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากเป้าที่ตั้งไว้ 46,500 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากความต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่เติบโตสูงสุดถึง 136% (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ตามมาด้วยกลุ่ม Wearables เติบโต 66% , Gaming 30% , Apple 20% , ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ 12% และผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร 9% ซึ่งกลุ่มสมาร์ทโฟนคาดว่าจะยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในครึ่งปีหลัง

“ขณะเดียวกันการลงทุนในปีนี้ในหลัก 100 ล้านจะมีในส่วนของห้องโชว์เคส ราว 25 ถึง 30 ล้าน และเทคโนโลยี AI อีกราว 10 กว่าล้านบาท และสุดท้ายคือโกดังอัจฉริยะอีกราว 25 ล้านบาท ซึ่งถ้าหากเรียกว่าอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์คงจะไม่ผิดหนัก”

ภาษีทรัมป์ยังไม่มีผลแต่รัฐบาลไทยไม่นิ่งยังมีผล

นางสาวสุธิดา กล่าวต่ออีกว่า ”เรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังไม่มีผลต่อบริษัทมากนักในปัจจุบัน เพราะราคาที่มาถึงบริษัทก็ยังไม่มีเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ส่วนตัวมองว่าอยากให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลผันผวนมาก ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่องและงบใช้จ่ายก็จะไม่หมุนเวียนออกมา หากสังเกตปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีการเติบโตจากลูกค้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐมากนัก ซึ่งหากรัฐบาลมีเสถียรภาพ ตัวงบประมาณที่ปล่อยออกมาก็จะเพิ่มมากขึ้นและส่งผลต่อการเติบโต ซึ่งก็อยากให้มีเสถียรภาพ และขอให้เศรษฐกิจไม่แย่ไปกว่านี้“

ภายในงานมีบูธแสดงเทคโนโลยีจากผู้นำระดับโลกกว่า 30 แบรนด์ เช่น Apple, Samsung, Huawei, Nintendo และอีกหลายแบรนด์ ที่นำทัพสินค้าไอที นวัตกรรมล้ำสมัย และโซลูชันครบวงจรมาจัดแสดง เพื่อให้พันธมิตรทางธุรกิจได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และต่อยอดเทคโนโลยีร่วมกัน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล