ข่าว
ETDA ผนึก 10 หน่วยงานรัฐ จ่อใช้กฎหมายคุมเข้ม ‘แพลตฟอร์มเสี่ยงสูง’ ปิดช่องโหว่โกงออนไลน์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐกว่า 10 แห่ง เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความเสี่ยงสูง ภายใต้ กฎหมาย DPS (Digital Platform Service) โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่เน้น “การขอความร่วมมือ” ไปสู่ “การบังคับใช้กฎหมาย” อย่างจริงจัง หลังจากพบสถิติภัยออนไลน์สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล เพื่อปิดช่องโหว่และเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ให้บริการในการป้องกันและแก้ไขปัญหากลโกงออนไลน์
จากข้อมูลของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 ETDA ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 (มกราคม – มิถุนายน) มีเรื่องร้องเรียนสูงถึง 20,608 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ เช่น การฉ้อโกง ไม่ได้รับสินค้า หรือสินค้าไม่ตรงปก รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ ขณะที่ข้อมูลจาก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 สิงหาคม 2568 มีการแจ้งความคดีอาชญากรรมไซเบอร์จำนวน 207,161 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสะสมกว่า 17,700 ล้านบาท โดยคดีส่วนใหญ่คือการหลอกลวงซื้อขายสินค้า, หลอกลงทุนหรือชวนทำงานเสริม และการฉ้อโกงหลอกให้กู้เงิน
เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว ETDA ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ บช.สอท. ร่วมหารือถึงแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงตามมาตรา 18 (2) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินหรือสร้างความเสียหายต่อสาธารณะในวงกว้าง โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา 20 เช่น การพิสูจน์และยืนยันตัวตนผู้ขาย, การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า, และการมีนโยบายกำกับดูแลที่ชัดเจน
ที่ประชุมได้เสนอ 5 มาตรการเชิงรุกที่ แพลตฟอร์มดิจิทัลเสี่ยงสูง ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ 1. การยืนยันตัวตนผู้ใช้ (User Verification) อย่างเข้มงวด 2. ระบบตรวจจับและลบเนื้อหาผิดกฎหมายอัตโนมัติ (Content Detection) โดยใช้เทคโนโลยี AI 3. การแจ้งและลบเนื้อหาอย่างรวดเร็ว (Rapid Notice & Take Down) ภายใน 24 ชั่วโมง 4. ระบบแจ้งเตือนก่อนเข้าถึงเนื้อหาเสี่ยง (Pre-Click Warning) และ 5. ความรับผิดชอบร่วม (Joint Liability) ซึ่งแพลตฟอร์มอาจต้องร่วมรับผิดหากละเลยการเฝ้าระวังจนเกิดความเสียหาย ทั้งนี้ ETDA จะพิจารณาแพลตฟอร์มที่เข้าข่ายเสี่ยงสูงจากหลายปัจจัย เช่น มีมูลค่าธุรกรรมในไทยเกิน 100 ล้านบาท หรือมีลักษณะบริการที่ขาดมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า กลไกความร่วมมือแบบสมัครใจที่ผ่านมามีข้อจำกัดด้านความรวดเร็ว ไม่ทันต่อสถานการณ์ภัยออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายจะสร้างมาตรฐานให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบภายในที่ปลอดภัยและโปร่งใสมากขึ้น ทั้งนี้ ETDA จะยังคงเดินหน้าพิจารณาและจัดทำบัญชีรายชื่อแพลตฟอร์มที่เข้าข่ายเสี่ยงสูงเพิ่มเติมจากที่เคยประกาศไปแล้ว 19 บริการ เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“ความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมที่ต้องอาศัยทั้งกฎหมาย เทคโนโลยี และความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่เปิดกว้างและปลอดภัยอย่างแท้จริง”
