ข่าว
สรุปเหตุ กราดยิงตลาด อตก. เสียชีวิต 6 ราย รวมอดีต รปภ. ผู้ก่อเหตุ – รอตรวจสอบแรงจูงใจ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุ กราดยิง บริเวณ ตลาด อตก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) ถนนกำแพงเพชร กรุงเทพฯ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) 3 ราย แม่ค้า 1 ราย และผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นอดีต รปภ. บริษัทเดียวกับผู้เสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงตนเองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.31 น. ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นชายได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นในบริเวณตลาด อตก. จุดเกิดเหตุมีรายงานว่าอยู่ใกล้บริเวณจุดรับ-ส่งของชายแดน ของ กัน จอมพลัง โดยมีคลิปวิดีโอแสดงภาพผู้ก่อเหตุวิ่งหนีออกจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. บางซื่อ จะเข้าระงับเหตุและพบผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 3 ราย
วินาทีคนร้ายหนี หลังจากบุกจุดรับ-ส่งของชายแดนของ #กันจอมพลัง ที่ #ตลาดอตก. ไม่ทราบจุดประสงค์ ล่าสุดตำรวจพบร่างผู้ก่อเหตุบริเวณใกล้เคียงที่ตัดสินใจจบเรื่องนี้ด้วยตนเอง เบื้องต้นมี รปภ. เสีย 3 ราย , แม่ค้าใกล้จุดคนร้ายเสียชีวิต 1 และรวมคนร้ายอีก 1 เป็น 5 ราย | #สำนักข่าวบริคอินโฟ… pic.twitter.com/99l0x0WV8F— BrickinfoTV (@BrickinfoReport) July 28, 2025
ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเอง โดยก่อนที่จะเสียชีวิต ได้ก่อเหตุยิงแม่ค้าในบริเวณดังกล่าวเสียชีวิตอีก 1 ราย จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวที่พบในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ก่อเหตุมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดนครราชสีมา และพบว่าเคยเป็น รปภ. อยู่ที่เดียวกันกับ รปภ. ที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกมิติ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด รวมถึงตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและสามารถคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว โดยได้มอบหมายให้ บช.น. เป็นผู้ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนต่อไป
โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใน กองปราบปราม ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ หลังมีรายงานจากสื่อมวลชนว่าคนร้ายบุกเข้าศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยชายแดนของ กัน จอมพลัง จากนั้น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในนครบาล ทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวน ก็ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุเช่นเดียวกัน ก่อนจะนำตัวภรรยาของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นแม่ค้าอยู่ในตลาด ไปสอบปากคำบริเวณครัวอัปสรณ์ ด้านหน้าตลาด อตก. นานกว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลา 12:00 น. ของวันนี้ สำหรับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุคือนายน้อย ไปรแดน ได้จี้รถแท็กซี่บริเวณแยก SC park ให้มาส่งที่ตลาด อตก. โดยนายน้อยได้บอกกับคนขับรถแท็กซี่ว่าจะมายิง รปภ. ที่ตลาด อตก. และขู่บังคับให้แท็กซี่ขับรถเข้ามาด้านในของตลาด บริเวณประตู 1 ซึ่งเป็นประตูฝั่งด้านหน้าสำนักงาน เมื่อลงจากรถ นายน้อยพบ รปภ. 3 คน อยู่บริเวณประตูทางเข้า จึงชักอาวุธปืนยิง รปภ. 1 คนล้มลง ทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยอีก 2 คนพยายามวิ่งหลบหนี แต่ไม่ทัน ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณลานจอดรถ ซึ่งห่างจากประตูประมาณ 20 เมตร จากนั้น นายน้อยได้เดินไปถามหานายนัน จนทราบว่านายนันอยู่ในตู้ยาม ด้านหน้าธนาคารกรุงไทย จึงตามเข้าไปยิง
อาวุธปืนที่นายน้อยใช้ก่อเหตุนั้น เป็นปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ โดยพบเอกสารใบทะเบียนปืน หรือ ใบ ป.4 ระบุนายน้อยเป็นผู้ครอบครอง ซึ่งออกให้โดยนายทะเบียนปืนจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2561 พล.ต.ท.สยาม ยังระบุอีกว่า นายนัน เป็น รปภ. ที่นายน้อยมีความโกรธแค้น บาดหมาง และทะเลาะกัน ฝังใจกันมานานตั้งแต่ช่วงปี 2562-2563 จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่า หลังจากยิงนายนันเสร็จแล้ว กระสุนปืนของนายน้อยหมดแม็ก จึงนั่งบรรจุกระสุน ก่อนเดินเข้ามาภายในตลาด และยิงแม่ค้าอีก 3 คน ซึ่งมีร้านติดกับร้านของภรรยาตัวเอง ทำให้แม่ค้าเสียชีวิตทันที 1 ราย ส่วนอีก 2 รายได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้น นายน้อยได้นั่งอยู่บริเวณม้านั่งกลางตลาด ก่อนใช้อาวุธปืนปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตคาที่
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังระบุอีกว่า จากการสอบปากคำภรรยาของนายน้อย ทราบว่าสามีเป็นคนรักรถมาก สาเหตุของความโกรธเคืองนั้นเกิดจากเมื่อนายน้อยขับรถมาส่งภรรยาขายของและจอดรถที่ตลาด พบว่ารถถูกมีดกรีดเป็นทางยาว นายน้อยจึงปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือของ รปภ. ที่เคยร้องเรียนกับทางศูนย์รับร้องทุกข์ของตลาด แต่ขณะนั้นนายน้อยอยู่ในสภาพมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงไม่รับเรื่องและขอให้มาร้องเรียนใหม่ในวันทำการ ประกอบกับเมื่อนายน้อยดื่มเหล้า เรื่องนี้จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตลอด และจะมีอารมณ์รุนแรงมาก ซึ่งเคยลงมือทำร้ายภรรยาเป็นประจำ
ด้าน นางฐิตารีย์ เทดี อายุ 52 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเปิดแผงขายผลไม้แปรรูปชื่อร้านน้องแป๋ว อยู่ในตลาด อ.ต.ก. เมื่อก่อนสามีเคยช่วยกันขาย แต่ภายหลังเศรษฐกิจไม่ดี แผงเล็กลง ตนจึงดูแลเพียงคนเดียว สามีไม่ได้มาที่ตลาดนี้ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา แต่ก็ขับรถมาส่ง โดยไม่เคยเข้ามาในตลาด เพราะไม่ถูกกับ รปภ. ซึ่งเคยมีเรื่องกันตั้งแต่ปี 2562 ขณะที่สามีขับรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน กฐ7271 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีกล้องติดทั้งด้านหน้าและหลังรถ สามารถบันทึกภาพไว้ได้ว่า รปภ. หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นผู้ลงมือกรีดรถรอบคัน จนเกิดการต่อว่ากันและมีเรื่องทะเลาะกันเรื่อยมา ประกอบกับสามีเป็นคนรักรถมาก และเป็นคนที่แค้นฝังใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าสามีก็ได้ขับรถมาส่งตนตามปกติ ช่วงสายก่อนขับรถกลับไป และได้โทรหาตนช่วงก่อนเที่ยง โดยมีการขออโหสิกรรม ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร และไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนแม่ค้าทั้ง 3 คน ก็คุยกันปกติ ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะอะไรกับสามีหรือตนเลย ซึ่งตนคาดว่าสาเหตุที่สามีลงมือกับแม่ค้าอาจเป็นเพราะสติแตกไปแล้ว
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุภายหลังเกิดเหตุการณ์ โดยระบุว่ารู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้จะมีการดูแลเรื่องของสิทธิประโยชน์ให้กับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาถอดบทเรียน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลความปลอดภัยในอนาคต และยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตลาดแต่อย่างใด ส่วนแม่ค้าที่ได้รับบาดเจ็บอีกสองรายนั้น เบื้องต้นได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน โดยทั้งสองคนปลอดภัย มีเพียงบาดแผลถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่แขน นอกจากนี้ พล.ต.ต.วาที อัศวุฒิมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน (ผบก.พฐ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐาน ก็ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุเช่นกัน
