Connect with us

ข่าว

แคสเปอร์สกี้เผยเหตุการณ์ร้ายไซเบอร์จากเซิร์ฟเวอร์ไทยพุ่ง 16.57% ช่วงไตรมาส 2/2568

Published

on

ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลเป็นภัยใกล้ตัว แคสเปอร์สกี้แนะนำ 5 ขั้นตอนเร่งด่วนที่ควรปฏิบัติเมื่อข้อมูลส่วนตัวถูกละเมิด เพื่อปกป้องคุณจากอาชญากรรมไซเบอร์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ผู้ให้บริการโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ รายงานว่า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 (เมษายน – มิถุนายน) พบเหตุการณ์อันตรายทางไซเบอร์ที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทยที่ถูกเจาะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวน 223,700 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าไตรมาสแรกที่ 191,909 ครั้ง ถึง 16.57% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการโจมตีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทย

สถิติจาก แคสเปอร์สกี้ ย้อนหลังสามปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นถึงการเติบโตของภัยคุกคามไซเบอร์ในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 ตรวจพบเหตุการณ์อันตราย 64,609 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 196,078 ครั้งในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 และ 223,700 ครั้งในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ตามลำดับ แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการป้องกันและรับมือกับ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานยังระบุว่าประเทศในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจำนวนเหตุการณ์อันตรายที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกแตกต่างกันออกไป โดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ มีจำนวนลดลง อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังคงมีจำนวนเหตุการณ์อันตรายสูงสุดในภูมิภาคนี้ในไตรมาสที่ 2 ที่ 4,995,653 ครั้ง

ผู้ก่อภัยคุกคามมักใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ถูกละเมิดเพื่อโฮสต์เว็บไซต์สำหรับเผยแพร่ มัลแวร์ และหลอกล่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโฆษณาปลอม ลิงก์ ฟิชชิ่ง ในอีเมล หรือ SMS หลังจากนั้น อาชญากรไซเบอร์จะค้นหาช่องโหว่และช่องทางในการละเมิดอุปกรณ์ของเหยื่อ แม้ว่าผู้ใช้จะเผชิญกับภัยคุกคามเหล่านี้ แต่โซลูชันของแคสเปอร์สกี้สามารถตรวจจับและบล็อกภัยคุกคาม พร้อมระบุแหล่งที่มาของการโจมตีได้

Advertisement

ข้อมูลของแคสเปอร์สกี้สอดคล้องกับสถิติภัยคุกคามทางไซเบอร์ล่าสุดจาก สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่งระบุว่าภัยคุกคามหลักในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 คือความพยายามบุกรุก (41%) และความปลอดภัยของเนื้อหา (20%) โดยมีภาคการศึกษา (26%) ภาครัฐ (20%) และภาคการเงิน (17%) เป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีในประเทศไทย

นางสาวเบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พื้นที่ดิจิทัลที่กว้างขึ้น การนำดิจิทัลมาใช้ที่รวดเร็วขึ้น และจำนวนผู้ก่อภัยคุกคามที่มีความชำนาญที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของไทยได้รับแรงกระตุ้นจากโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น ประเทศไทย 4.0 การนำคลาวด์มาใช้ และโมบายแบงก์กิ้ง ทำให้จำนวนบริการออนไลน์และอุปกรณ์เชื่อมต่อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดิจิทัลฟุตปริ้นต์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้อาชญากรไซเบอร์มีช่องทางเพื่อโจมตีได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระบบนั้นไม่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม”

ในปี 2567 ธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยประสบกับภัยคุกคามจำนวนมาก โดยโซลูชันของแคสเปอร์สกี้ตรวจจับและบล็อกความพยายามโจมตีด้วย ฟิชชิ่งทางการเงิน ได้ 247,560 ครั้ง, ภัยคุกคามบนอุปกรณ์ 5,600,000 ครั้ง, การโจมตีแบบ บรูทฟอร์ซ 7,298,037 ครั้ง และการโจมตีด้วย แรนซัมแวร์ 13,958 ครั้ง

“ยิ่งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับองค์กรมากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งตรวจพบเหตุการณ์ได้มากขึ้นเท่านั้น เครื่องมือที่ล้ำหน้าและครอบคลุมสามารถตรวจจับการโจมตีได้มากกว่าเดิม ซึ่งทำให้เห็นว่าเหตุการณ์อันตรายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่แท้จริงแล้วการโจมตีหลายครั้งอาจไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อน ด้วยเหตุนี้ องค์กรต่างๆ จึงควรพิจารณาความปลอดภัยไซเบอร์ว่าเป็นการลงทุนเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจและเป็นกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อปกป้องทรัพย์สิน ข้อมูล รวมถึงรักษาความไว้วางใจของลูกค้าและพันธมิตรต่อไป” นางสาวเบญจมาศกล่าวเสริม

Advertisement
Continue Reading
Advertisement