ข่าว
แคสเปอร์สกี้เผย เด็กทั่วโลกสนใจ AI เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในปีเดียว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เปิดเผยรายงานประจำปีเกี่ยวกับความสนใจทางดิจิทัลของเด็กทั่วโลก ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤษภาคม 2567 ถึงเมษายน 2568 พบว่า ความสนใจในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของเด็กเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแชทบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความนิยมของมีม “brainrot memes” และเกมจังหวะอย่าง Sprunki ในขณะที่ YouTube ยังคงเป็นแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่เด็กทั่วโลก และ WhatsApp ได้แซงหน้า TikTok ขึ้นมาเป็นอันดับสอง
ในปัจจุบัน เด็กๆ มีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นกว่าเดิม มีการศึกษาพบว่าเด็กอายุ 8-10 ปี ใช้เวลาบนหน้าจอเฉลี่ย 6 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กก่อนวัยรุ่น (อายุ 11-14 ปี) ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน การทำความเข้าใจสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเด็กๆ ในโลกดิจิทัล จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง
รายงานของแคสเปอร์สกี้ในปีนี้เน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความสนใจใน เครื่องมือ AI โดยในปี 2566-2567 ยังไม่มีแอปพลิเคชัน AI ปรากฏอยู่ใน 20 อันดับแรกของแอปพลิเคชันที่มีการใช้งานมากที่สุด แต่ในปีนี้ “Character.AI” ได้เข้ามาอยู่ในลิสต์แล้ว ซึ่งสะท้อนว่าเด็กๆ ไม่เพียงสนใจ AI เท่านั้น แต่ยังนำ AI มาใช้ในชีวิตดิจิทัลของตนอย่างจริงจังอีกด้วย คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับแชทบอต AI คิดเป็นกว่า 7.5% ของการค้นหาทั้งหมด โดยมีชื่ออย่าง ChatGPT, Gemini และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Character.AI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้างหรือโต้ตอบกับบอตที่เลียนแบบตัวละครต่างๆ เป็นที่รู้จักกันดี ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปีที่แล้ว ซึ่งคำค้นหาเกี่ยวกับ AI คิดเป็นเพียง 3.19% ของการค้นหาทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การโต้ตอบกับแชทบอต AI ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป บอตบางตัวอาจทำให้เด็กได้รับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ข้อมูลที่ผิดพลาด หรือธีมที่ไม่เหมาะกับวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกสร้างหรือปรับแต่งโดยผู้ใช้รายอื่น เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้มักพึ่งพาเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น และอาจขาดการควบคุมที่เข้มงวด ผู้ปกครองจึงควรพูดคุยกับเด็กๆ อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมือ AI และพิจารณาตั้งค่าแอปพลิเคชันสำหรับการเลี้ยงลูกแบบดิจิทัลเพื่อช่วยให้ครอบครัวตระหนักรู้และได้รับการปกป้อง
แม้ว่ามีมจะคิดเป็นสัดส่วนน้อยในการค้นหาในปีนี้ แต่ก็ยังเผยให้เห็นอีกมิติหนึ่งของ วัฒนธรรมดิจิทัล ของเด็กๆ มีมยอดนิยมจำนวนมากอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “brainrot” หรือสมองเน่า ซึ่งเป็นอารมณ์ขันที่ไร้สาระและจงใจทำให้เกิดความสับสน แพร่กระจายผ่านวิดีโอสั้นๆ วลีที่ถูกค้นหามากที่สุดคือวลีภาษาอิตาลี “tralalero tralala” และแทร็กมีมที่เรียกว่า “tung tung tung sahur” แม้จะฟังดูสุ่มสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กๆ หลายคน วลีเหล่านี้เป็นตัวแทนของเรื่องตลกที่ถูกส่งต่อและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในแพลตฟอร์มต่างๆ
หนึ่งในเกมใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์คือ Sprunki ซึ่งเป็นเกมบนเบราว์เซอร์ที่ใช้จังหวะ ผสมผสานการโต้ตอบด้วยดนตรีและภาพ ผู้เล่นจะต้องตีจังหวะให้เข้ากับเสียงที่รวดเร็ว การออกแบบที่สดใสและการเล่นที่น่าติดตามทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่เด็กๆ ทั้งการค้นหาบน Google และ YouTube โดย Sprunki ติดอันดับห้าหัวข้อเกมที่ถูกค้นหามากที่สุด ร่วมกับเกมยอดนิยมอย่าง Brawl Stars และ Roblox
รายงานยังพบว่าพฤติกรรมออนไลน์ที่คุ้นเคยยังคงมีอยู่มาก กิจกรรมออนไลน์ที่พบบ่อยที่สุดของเด็กๆ คือการค้นหาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบน Google โดยเกือบ 18% ของการค้นหาเกี่ยวข้องกับการดูวิดีโอ แอป YouTube ยังคงเป็นแอป Android ที่เด็กๆ ชื่นชอบอย่างชัดเจน โดยมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 28.13% เป็น 29.77% ในช่วงปีที่ผ่านมา WhatsApp ได้ขึ้นมาอยู่อันดับสองด้วยสัดส่วน 14.72% แซงหน้า TikTok (12.76%) ในขณะที่ Snapchat และ Facebook มีสัดส่วนการใช้งานลดลงอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสะท้อนถึงพฤติกรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไป เด็กๆ ใช้แอปแชทบ่อยขึ้นเพื่อแชร์ลิงก์ มีม และวิดีโอสั้นกับเพื่อนๆ
เนื้อหาวิดีโอและเกมยังคงเป็นหัวข้อยอดนิยมในการค้นหาของเด็กๆ แพลตฟอร์มอย่าง Netflix, Twitch และ Disney+ มีสัดส่วนการค้นหาจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับรายงานสตรีมมิ่งล่าสุดของแคสเปอร์สกี้ที่เน้นย้ำว่าแพลตฟอร์มความบันเทิงมักตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ ในโลกของเกม เด็กๆ ยังคงชื่นชอบ Roblox, Minecraft และพอร์ทัลบนเบราว์เซอร์อย่าง Poki ซึ่งเป็นพอร์ทัลที่ให้บริการเกมฟรีจำนวนมากที่เล่นง่าย รวดเร็ว และเข้าถึงได้ทันทีผ่านเบราว์เซอร์
แอนนา ลากินา ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวจากแคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “เทรนด์ในปีนี้แสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมดิจิทัลของเด็กๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว วันหนึ่งเด็กๆ คุยกับบอต AI วันต่อมาเด็กๆ ร้องเพลงมีมของอิตาลีที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เบื้องหลังทุกเทรนด์คือโอกาสในการเชื่อมโยงกัน เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองใช้เวลาทำความเข้าใจว่าลูกๆ กำลังดู เล่น หรือค้นหาอะไร ก็จะเปิดประตูสู่การสนทนาที่มีความหมาย และช่วยสร้างนิสัยดิจิทัลที่ปลอดภัยและไว้วางใจกันมากขึ้น แอปสำหรับการเลี้ยงลูกผ่านดิจิทัลนั้นเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ ไม่เพียงแต่ปกป้อง แต่ยังช่วยให้มีส่วนร่วมในครอบครัวอีกด้วย”
