Connect with us

ข่าว

เอปสัน เปิดกลยุทธ์ ปี 68 เตรียมรุกตลาดเครื่องพิมพ์สำนักงาน-โปรเจกเตอร์ใหญ่ให้เช่าและคมชัด

Published

on

เอปสัน (ประเทศไทย) ตั้งเป้าเติบโต 5% ในปี 2025 ชูจุดแข็งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแท็งก์ครองตลาดอันดับ 1 พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและบริการเพื่อความยั่งยืน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – หลังจากตลาดเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปีที่ผ่านมาเผชิญความท้าทาย แต่ เอปสัน (ประเทศไทย) เชื่อว่าจะยังคงตั้งเป้าเติบโต 5% ในปีงบประมาณ 2024 โดยชูจุดแข็งเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแท็งก์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 และมียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 100 ล้านเครื่อง พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ B2B และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ภาพรวมของตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนจาก GfK พบว่าตลาดเครื่องพิมพ์ในปีที่ผ่านมานับว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก ซึ่งมีการเติบโตไม่มากนัก โดยเทรนด์ของปีที่ผ่านมาพบว่ายอดขายออนไลน์หากแบ่งตามจำนวนเพิ่มขึ้น 2.4% และหากเรียงตามมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 10% ขณะที่ยอดขายหน้าร้านกลับลดลง 2% แม้ว่าเมื่อเทียบกับสัดส่วนช่องทางการขายจะพบว่าหน้าร้านยังคงเป็นช่องทางหลัก แม้ออนไลน์จะเติบโตขึ้นมามากก็ตาม

สำหรับผลประกอบการของประเทศไทย ซึ่งจะปิดปีงบประมาณในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ คาดการณ์ว่าจะเติบโตราว 5% โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตจะเป็นกลุ่มเครื่องพิมพ์สำนักงาน, เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบแท็งก์ ครองส่วนแบ่ง 43% คิดเป็นอันดับ 1 ของตลาด และมียอดขายสะสมกว่า 100 ล้านเครื่อง, เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง และโปรเจกเตอร์ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาด 52%

เทรนด์ตลาดเป็นอย่างไร?

สำหรับเป้าหมายการทำธุรกิจของ Epson ในปี 2025 จะเป็นไปตามเทรนด์โลกที่ผันผวนตามปัจจัยภายนอก อาทิ:

  • การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลของรัฐบาลและภาคการศึกษา เช่น โครงการ Easy E-Receipt และการพิมพ์การบ้านให้นักเรียนของผู้ปกครอง
  • การเติบโตของ SME และสตาร์ทอัพ ซึ่งเชื่อว่าปีนี้จะกลับมาดีขึ้นหลังจากชะลอตัวในปีที่ผ่านมา
  • ความต้องการเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
  • การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
  • สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์ธุรกิจปี 2025 ของ Epson:

  • นำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับตลาด โดยปัจจุบันการใช้งานของเครื่องพิมพ์เปลี่ยนไปมาก ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วจะเห็นได้ว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไปเติบโตและทุกคนให้ความสำคัญ แต่ปัจจุบันแนวโน้มทางธุรกิจเชื่อว่ากลุ่มธุรกิจแบบ B2B จะเติบโต นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ ผ่านการสร้างความมั่นใจ, ขยายตลาด และใช้กลยุทธ์ที่จะซื้อใจลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์นาน ๆ
  • เพิ่มช่องทางขายที่คล่องตัวให้กระจายไปตามหัวเมืองต่าง ๆ และลูกค้ากลุ่มที่หลากหลายมากขึ้นได้
  • ยกระดับบริการลูกค้า ผ่านการสร้างประสบการณ์ในการให้บริการของลูกค้าที่ดีมากยิ่งขึ้น เช่น การช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าผ่านวิดีโอคอล, การใช้ AI Chatbot, การบริการซ่อมถึงที่ (On-Site Services) ผ่านศูนย์บริการต่าง ๆ และรวมไปถึงการขยายการรับประกันที่หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่จะมีการสำรองอะไหล่หลังการหยุดขายจาก 5 ปี ให้เพิ่มเป็น 7 ปี
  • การสร้างสรรค์มูลค่าในการเพิ่มยอดขาย เช่น การยุติการใช้พลังงานใต้พิภพในการผลิต และการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ปวีณา ศรีตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในฐานะที่ Epson เป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบแท็งก์รายแรก และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับลูกค้า จากที่ในอดีตเครื่องพิมพ์ราคาถูก หมึกพิมพ์ราคาแพง กลับเปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องพิมพ์ราคาที่จับต้องได้และหมึกราคาถูก แลกกับส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นของ Epson ดังนั้นกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์หลังจากนี้ของบริษัทจะเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่ปลอดภัย ไม่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทของบริษัทที่มีประสิทธิภาพและราคาเทียบเท่ากับเครื่องพิมพ์เลเซอร์

แฟ้มภาพ

ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาสสอง จะมีการเปิดตัวเครื่องพิมพ์อีกสี่เครื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ส่วนกลยุทธ์การขยายตลาดเครื่องฉายโปรเจกเตอร์โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องฉายความสว่างสูงที่ใช้ในการฉายอาคารและทำ Project Mapping ผ่านการทำโซลูชั่นให้เช่าเครื่อง และส่งเสริม ความรู้ในส่วนของผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น รวมถึงการนำเสนอเรื่องความคมชัดแบบ 4K

Advertisement
Continue Reading
Advertisement