Connect with us

ข่าว

รัฐบาลเตรียมอัดฉีดเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ปี 2568

Published

on

รัฐบาลสนับสนุน กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เตรียมอัดฉีดเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ในปี 2568 เพื่อยกระดับเอสเอ็มอีทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ, 30 ม.ค. – สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สนับสนุน กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เตรียมอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ในปี 2568 เพื่อยกระดับเอสเอ็มอีทั่วประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 13,661 ราย ด้วยวงเงินกว่า 25,649.25 ล้านบาท

การสนับสนุนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ยกระดับอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ และสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่การผลิตที่ยั่งยืนในอนาคต โดย กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้รับเงินทุนเพื่อปรับปรุงกิจการ ยกระดับการบริหารจัดการ และต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง

นางสาวศศิกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยมีผู้ขอสินเชื่อแล้วกว่า 13,661 ราย วงเงิน 25,649.25 ล้านบาท และในปี 2568 มีแผนที่จะเร่งปล่อยสินเชื่อให้ได้อีก 2,500 ล้านบาท รวมถึงดำเนินโครงการส่งเสริมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการได้ไม่น้อยกว่า 200 ราย เพิ่มมูลค่าธุรกิจได้กว่า 383 ล้านบาท

กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มุ่งช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อบริหารจัดการกองทุนเอสเอ็มอีอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และมั่นคง สร้างโอกาสการเข้าถึงเงินทุนของเอสเอ็มอีอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และเป็นธรรม” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

Advertisement

โดยสรุป รัฐบาลได้อัดฉีดเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ผ่าน กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ในปี 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับผู้ประกอบการได้ไม่น้อยกว่า 200 ราย เพิ่มมูลค่าธุรกิจได้กว่า 383 ล้านบาท

Continue Reading
Advertisement