Connect with us

ข่าว

รู้จัก ONNEX by SCG Smart Living รุกตลาดโซลาร์ ปรับโมเดลธุรกิจมากกว่าแค่รับติดตั้งแผงโซล่าเซลล์

Published

on

ONNEX

ONNEX by SCG Smart Living เปิดบ้านโชว์ศักยภาพ ความพร้อมในงานระบบโซลาร์ ส่งแผน EPC+ BUSINESS MODEL รุกตลาดโซลาร์ ตั้งเป้าสู่ความเป็นผู้นำ มุ่งตอบโจทย์ทุกกลุ่มพันธมิตรสำคัญ ทั้งกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ และนักลงทุน คาดภายใน 5 ปี ปั้นธุรกิจ ขยายกำลังการผลิตติดตั้งโตขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 1,000 เมกะวัตต์

นายวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิ่ง กล่าวว่า ONNEX by SCG Smart Living เน้นนวัตกรรมและบริการด้านระบบโซลาร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2011 โดยเริ่มต้นจากการผลิตพลังงานไฟฟ้า ใช้เองภายในโรงงานต่างๆ ทำให้สามารถประหยัดพลังงาน ได้มากสุดถึง 40% ด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน จึงมีความพร้อมที่จะตอบรับ ความต้องการในตลาดโซลาร์ ที่มีอัตราการเติบโตสูงมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการติดตั้งระบบโซลาร์ ในปัจจุบันนั้นมีราคาที่ถูกลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้ายังคงมีราคาสูง

ที่ผ่านมา สิ่งที่ SCG ในธุรกิจโซล่าเซลล์ คือ เป็นผู้รับการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ครบวงจร EPC (Engineering Procurement and Construction) แต่เนื่องจากความต้องการในตลาดนี้สูงขึ้นจริงปรับโมเดลธุรกิจเป็น EPC+ คือ การให้การสนับสนุนคู่ค้าให้มากกว่าแค่รับติดตั้ง เพราะปัจจุบันการติดตั้งโซล่าเซลล์มีต้นทุนที่ลดลงกว่าในอดีตและทำให้ไฟฟ้าที่ได้จากการลงทุนติดโซล่าเซลล์ต่ำกว่าการซื้อไฟทั้งหมดจากการไฟฟ้า

นายดุสิต ชัยรัตน์ Smart Home Living Solution Director ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิ่ง กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนไป ทั้งด้วยนโยบายจากภาครัฐและจากความต้องการ ของลูกค้าในการใช้พลังงานสะอาด  อีกทั้งในระยะหลังมีนักลงทุน ที่สนใจลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด มากขึ้นจากผลตอบแทนการลงทุนที่ดี และมีความผันผวนต่ำ ในระยะยาว ทาง ONNEX by SCG Smart Living ได้จัดให้มีบริการ EPC (Engineering Procurement and Construction) ทั้งด้านการออกแบบทางวิศวกรรม  การขออนุญาตโครงการ รวมถึงการติดตั้งโครงสร้างระบบ แบบครบวงจรอยู่แล้ว เพื่อขยายตลาดให้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จึงได้เตรียมกลยุทธ์ EPC+ Business Model  ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ ผู้เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่มในระบบโซลาร์ ที่จะช่วยสร้าง ecosystem ให้แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนการเติบโต ของธุรกิจโซลาร์ให้สามารถ ตอบโจทย์ได้ทั้งกลุ่มธุรกิจ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ส่งผลดีให้กับกลุ่มผู้บริโภค เพื่อลดภาวะโลกร้อนและสร้างความมั่นคง ทางพลังงานให้กับประเทศ  โดยคาดว่า EPC+ Business Model  จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้ง ในระบบพลังงานโซลาร์ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5  ปี

สำหรับ EPC+ Business Model  เบื้องต้นมี 5 รูปแบบ คือ

  • EPC+F (Finance) เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ ที่ต้องการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าพื้นฐานมาติดตั้งระบบโซลาร์ นอกจากธุรกิจจะได้ใช้พลังงานสะอาดแล้ว ผู้ประกอบการยังได้ประโยชน์จากส่วนลดค่าไฟสูงสุดถึง 40% ซึ่งแผน EPC+F นี้ ทางผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนเอง แต่ทาง ONNEX จะดำเนินการหาผู้ลงทุนให้
  • EPC+D (Project Development) เหมาะสำหรับนักลงทุน ที่เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ สถาบัน กองทุน ที่สนใจลงทุนในโครงการโซลาร์ แต่ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีทีมงานจัดทำโครงการ หรือไม่สามารถหาโครงการที่เหมาะสมได้ ทาง ONNEX จะทำหน้าที่คัดสรรโครงการที่สอดคล้อง กับนโยบายการลงทุน ขนาดโครงการ ความเสี่ยงและผลตอบแทน ที่มีผลประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ลงทุน
  • EPC+Alliance รูปแบบความร่วมมือกับพันธมิตร EPC ด้วยกัน โดยมีแนวคิดที่จะช่วยให้ในกลุ่มพันธมิตร สามารถมีศักยภาพในการบริหารต้นทุนที่ดีที่สุดในระบบการจัดซื้อ (Cost effectiveness) โดยทาง ONNEX มีแผนงานเพื่อลดความเสี่ยง จากความผันผวน ของราคาแผงและอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบโซลาร์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดย EPC+Alliance ได้เริ่มดำเนินการและเปิดรับ กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสนใจร่วมกันอยู่ในขณะนี้
  • EPC+Authorized Referral เหมาะสำหรับตัวแทนอิสระ ที่มีเครือข่ายลูกค้าที่มีศักยภาพในธุรกิจโซลาร์ สามารถเข้ามาเป็น Authorized Referral ได้ เพื่อร่วมธุรกิจและรับผลตอบแทนจากโครงการ

ขณะเดียวกัน ONNEX พยายามส่งเสริมการลงทุนในโซล่าเซลล์ให้ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น ว่าการลงทุนจะได้ผลตอบแทนกลับมาในระยะเวลาที่ ONNEX เคลมว่าจะคืนทุน ด้วยการยินดีที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง หากระยะเวลาคืนทุนเกินกว่าที่เคลมกับลูกค้าไว้ คือ 5 ปี

ส่วนการส่งเสริมการขาย ONNEX ยินดีที่จะใช้ระบบ Referral ให้ค่า Commission กับผู้ที่แนะนำลูกค้าให้กับบริษัทจนนำไปสู่การลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้ เช่น เจ้าของโชว์รูมรถที่รู้จักกับ ONNEX แล้วได้รับการบริการที่ดีจากบริษัทแล้วแนะนำเพื่อนๆเจ้าของโชว์รูมมาใช้บริการของ ONNEX อีก ผู้แนะนำก็จะได้รับการตอบแทนจาก ONNEX บางส่วนตอบแทนด้วย

Advertisement

ขณะเดียวกันสงครามการค้ าการขึ้นภาษีการนำเข้าแผงโซล่าเซลล์ของสหรัฐฯ ทาง ONNEX มองว่า ผลลัพท์ คือ ราคาแผงโซล่าเซลล์ในภูมิภาคนี้ ก็จะลดลงซึ่งก็จะส่งผลดีกับบริษัทและคู่ค้า เพราะเมื่อผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์รายใหญ่อย่างจีนส่งออกไปยังสหรัฐฯ ไม่ได้ ก็จะส่งออกมายังภูมิภาคนี้แทน

ส่วนตลาดพลังงานสะอาด ภาพรวมในไทยอยู่ที่ 3,000-4,000 เมกะวัตต์ และเชื่อว่าจบปี 2024 จะเติบโตอีก 10-20% ซึ่งในจำนวนนี้ พลังงานสะอาดส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ ONNEX Solar หรือสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในแผน EPC+ Business Model สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.onnexbyscg.com/th/product/solar-solutions   และไลน์ @SCGSolarRoof หรือสอบถามได้ที่เบอร์ 02-586-2222

Advertisement