Connect with us

ข่าว

หนุ่มนครปฐม โดนหลอกแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมการประจำจังหวัดนครปฐม จากนายกตัวปลอมกู้เงินเป็นหนี้ พาทนายขึ้นโรงพัก ร้องขอความเป็นธรรม

Published

on

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2567ที่จังหวัดนครปฐมผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ผู้เสียหาย พร้อมทนายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงศ์ ทนายความชื่อดังเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สภ.บางเลนโอนเงินค่าใช้จ่ายในการจัดงานให้นายศิวัช เจียมทอง เป็นจำนวนเงิน 105,000 บาทได้ทราบว่านายศิวัช เจียมทอง อ้างนายกสมาคมๆแต่เป็นแค่อุปนายกสมาคมฯแต่มาลงนามในประกาศสมาคมๆดังกล่าวในฐานะสมาคมฯซึ่งทำให้ผู้แจ้งหลงเชื่อว่าเป็นนายกสมาคมฯจริงทำให้ผู้แจ้งโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้นายศิวัช เจียมทอง จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายศิวัช เจียมทอง ตามกฎหมายจนกว่าคดีถึงที่สุดต่อไป

วันที่เกิดเหตุ วันที่ 3 พ.ค. 2567 เวลาประมาณ 11:00 น.บ้านเลขที่ 90/29 หมู่ที่ 6 ตำบล บางเลน อำเภอ บางเลน ซึ่งนายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง อายุ 35 ปี ที่อยู่ 131 หมู่ 8 ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัด นครปฐม

พฤติการณ์แห่งคดีนายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ผู้แจ้งมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายศิวัช เจียมทองแต่งตั้งให้ตนเองเป็นกรรมการการจัดงานโดยเจ้าตัวไม่ได้เป็นนายกโดยเอกสารการเป็นเท็จ กรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ.67ทางสมาคมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย(มวท.)ได้ออกประกาศสมาคมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย(มวท.)เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการสืบสานตามรอยพระราชปณิธาน “69 พรรษา องค์วิศิษฎศิลปิน” ลงนามโดยนายศิวัช เจียมทองนายกสมาคมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย แต่งตั้งให้นายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ผู้แจ้งเป็นประธานจัดงานระหว่างวันที่ 31 มี.ค.67 ถึงวันที่ 2 เม.ย.67 ณ วัดดอนยอ ต.ดอนตูม อ.บางเลน จ.นครปฐม

ซึ่งผู้แจ้งได้มีการโอนเงินค่าใช้จ่ายในการจัดงานให้นายศิวัช เจียมทอง เป็นจำนวนเงิน 105,000 บาท
แต่มา วันนี้(3 พ.ค.67 ได้ทราบว่านายศิวัช เจียมทอง นายกสมาคมๆแต่เป็นแค่อุปนายกสมาคมฯแต่มาลงนามในประกศสมาคมๆดังกล่าวในฐานะ สมาคมฯซึ่งทำให้ผู้แจ้งหลงเชื่อว่าเป็นนายกสมาคมฯจริงทำให้ผู้แจ้งโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้นายศิวัชเจียมทอง จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายศิวัช เจียมทอง ตามกฎหมายจนกว่าคดีถึงที่สุดต่อไป

จากการสอบถามนายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง ผู้เสียหาย เล่าว่าในวันนี้ตนเองได้รับความช่วยเหลือจากทนายความมาขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567ที่ผ่านมาจัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกรียติ ซึ่งตนเองได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานจังหวัดโดยสมาคมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยนายศิวัช เจียมทอง นายกสมาคมๆ เป็นผู้แต่งตั้งเป็นประธานจังหวัดและเป็นประธานจัดงานเสร็จแล้วไม่มีการดำเนินการในการจัดงานและมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสำรองจ่ายและค่าใช้จ่ายการโอนเข้านายศิวัช เจียมทองพอเสร็จงานตนเองได้มาขอเบิกจ่ายสุดท้ายทางสมาคมบอกว่าไม่มีเงินจะจ่ายตนเองอีกอย่างตนเองเงินบางส่วนตนเองได้ไปกู้ยืมมาจัดงานด้วยแต่ทางสมาคมยังไม่ทราบตนเองได้มาปรึกษาทนายอาทิตย์เพื่อที่จะดำเนินคดีตนเองได้รับความเสียหายอีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้จ่ายอีกและเงินที่กู้ยืมมาอีกซึ่งคนรอบข้างที่รู้จักตนเองและไม่รู้จักว่าตนเองไม่จ่ายหนี้เขาทำให้ตนเองได้รับความอับอายเสียชื่อเสียงเป็นวงกว้างและมีการติดป้ายมีข้อความว่า งานจบแล้วยังไม่ได้รับตัง ออกมาจ่ายตังด้วย และมีการถ่ายภาพป้ายนำไปโพสต์ในสื่อออนไลน์โซเชี่ยลทำให้ตนเองอับอายเสียชื่อเสียงเป็นวงกว้างในการเป็นอยู่และประกอบอาชีพทำมาหากิน

ซึ่งตนเองได้สืบทราบมาว่านายกตัวจริงไม่ใช่นายศิวัช เป็นแค่อุปนายก เลขาธิการ และตนเองได้ไปสืบหาจนทราบว่านายกตัวจริงคือใครและขอคัดหนังสือจัดตั้งจากศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการและรับสำเนาถูกต้องจากนิติกร จนทราบว่าคุณ น.ส.จันทร์ลาภา สุบรรณ ณ อยุธยา อายุ 65 ปี ยังคงเป็นนายกสมาคมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

Advertisement

จึงได้ปรึกษาทนายความเรื่องการปลอมแปลงเอกสารแต่งตั้งในการจัดงาน แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการแต่งตั้งเป็นประธานจังหวัดมิชอบปลอมแปลงทุกอย่างในวันนี้ตนเองจึงมาขอความเป็นธรรมให้กับตนเองซึ่งในการจัดงานในวันดังกล่าวมีข้าราชการและพ่อค้าประชาชนมาร่วมงานกันมากทำให้ตนเองได้รับความอับอายมีผลกระทบกับตนเองโดยตรงและคนในครอบครัวอีกด้วย

ต่อมานายกานต์กิตติณัช ต่ายใหญ่เที่ยง อายุ 35 ปี ที่อยู่ 131 หมู่ 8 ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัด นครปฐม บอกอีกว่าตนเองได้พบเห็นผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ ประภาส ถิ่นวงศ์ยอด ได้โพสภาพใส่ความผู้แจ้ง ผู้แจ้งจึงได้เดินทางไปดูป้ายประจานหมิ่นประมาทบริเวณหน้าวัดดอนยอ ม.6 ต.ดอนตูม อ.บางเลน จ.เครปฐม จึงได้เดินทางไปดู พบว่าป้ายดังกล่าวติดอยู่ที่หน้าวัดตอนยอดซึ่งภาพดังกล่าวเป็นการใส่ความได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจึงได้เดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายประภาส ถิ่นวงศ์ยอดและผู้ที่นำป่ายดังกล่าวมาติดตั้งไว้ตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไปตนเองจึงได้มาแจ้งความขอความเป็นธรรมให้กับตนเองด้วย

ทางด้านทนายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงศ์ ทนายความกล่าวว่าเบื้องต้นจากการตรวจสอบเอกสารผู้ที่แต่งตั้งตัวผู้เสียหายไม่ได้เป็นนายกตัวจริงทางทนายความได้แนะนำให้ผู้เสียหายให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ปลอมแปลงเอกสารและฉ่อโกงและจะมีใครบ้างจะพบพนักงานสอบสวนว่าจะนำบุคคลใดบ้างมาให้ปากคำและนำเอกสารที่เกี่ยวข้องยังอยู่ขั้นตอนของพนักงานสอบสวนว่าจะแจ้งดำเนินคดีกับใครบ้าง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement