Connect with us

ข่าว

จับอีกลอบเผาป่าเตรียมยึดเอาที่ทำกิน หวังดอดช่วงสงกรานต์คาดว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทำงาน

Published

on

ผู้สื่อข่าว : วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอน

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช , ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ให้ทุกป่าอนุรักษ์จัดชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจทุกป่า ในการออกไล่ล่าผู้ลักลอบเผาป่าอย่างเด็ดขาด ทั้งในรูปแบบรถจักรยานยนต์ เฝ้าซุ่มจับกุม เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ที่มาลักลอบเผาในพื้นที่ป่า ตลอด 24 ชม โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 เป็นต้นไป นายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย สั่งการให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.16 (สบป่อง) , เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าอุบลราชธานี , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอปางมะผ้า , เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ร.712 , เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติถ้ำลอด ให้ออกตรวจจุดเกิดเหตุไฟป่าและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้และสัตว์ป่า ตามจุดความร้อน (Hotsports) ของเช้าวันที่ 14 เมษายน 2567 ครั้นเวลา 13.20 น. จุดที่ 2 คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางออกจากพื้นที่เกิดเหตุจุดที่ 1 ระหว่างทางพบเห็นไฟป่า จึงได้หยุดรถเพื่อดับไฟป่า และได้พบหญิง 1 คน กำลังนั่งอยู่ในกระท่อม เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบถามว่าใครเป็นคนเผ่าป่า หญิงคนดังกล่าวทำการรับสารภาพว่า ตนเป็นคนเผาป่าเพื่อการเกษตร เจ้าหน้าจึงช่วยกันดับไฟป่าแล้วจึงเชิญตัวมาให้ข้อมูล เพิ่มเติม ที่หน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า เพื่อทำคดีส่งพนักงานสืบสวนสอบสวนต่อไป บริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านน้ำริน ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 3 กิโลเมตร

Advertisements
Direct Sale Ads - In Article

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันดำเนินการตรวจวัดพิกัดโดยรอบโดยใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจับสัญญาณดาวเทียม (GPS) ทำการตรวจวัดพิกัดของพื้นที่ป่าที่ ถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อยึดถือครอบครองโดยวัดค่าพิกัด 19 จุด ซึ่งคำนวณพื้นที่ยึดถือครอบครองได้ เนื้อที่รวม 6 ไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ ในหลายช่วงปี พบว่าพื้นที่ 6 ไร่ มีการแจ้งสิทธิการครอบครองชื่อ นางอาหมีมะ หรี่จ๊ะ บ้านเลขที่ 325/2 หมู่ที่ 2 ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่ 0-2-16 ไร่ ไม่ปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์ที่ดินในช่วงหลัง ปี 2557 คณะเจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11 , 69 ฐานทำไม้และมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 54,72 ตรี ฐาน “ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”ตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55(2),99 ฐาน “ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม”“ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปีหรือปรับตั้งแต่สี่แสนถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” มาตรา 55(5),100 ฐาน เก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใด อันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ
และได้จัดทำบันทึกตรวจยึด ส่ง พนง.สภ.ปางมะผ้า เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement