Connect with us

ข่าว

เจาะลึก! ทำไม Maserati ทำการตลาดในไทยเป็นภูมิภาคที่ 5 ในโลก กับยุคที่ทุกคนทำ EV แรงๆได้ไม่แพ้กัน

Published

on

Maserati แบรนด์รถยนต์หรูระดับ Luxury สัญชาติอิตาลี กับโลโก้ตรีศูล หรือ สามง่ามอันโดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของความเชี่ยวชาญเหนือพลังความแรงแห่งสายน้ำ กำลังจับตาประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพราะคนรุ่นใหม่และกำลังซื้อในประเทศไทยเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ

ปัจจุบัน Maserati ทำการตลาดใน 5 โซนหลัก ได้แก่

  1. สหรัฐฯ และแคนาดา
  2. ยุโรป
  3. จีน
  4. เกาหลีและญี่ปุ่น
  5. ไทย และประเทศใกล้เคียง

แฮมดี แอลฌองตูรี Head of Maserati Overseas Regions ระบุกับ บริคอินโฟ ออโต้ ว่า “ไทยเป็นประเทศที่สำคัญประเทศหนึ่งสำหรับ Maserati เพื่อพัฒนายนตรกรรมค่ายตรีศูลไปสู่อนาคต โดยมี มาเซราติเกรคาเล่ โฟลกอเร (Maserati Grecale Folgore) เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ Maserati ตั้งเป้าว่าในปี 2568 รถยนต์ มาเซราติ ทุกสายพันธุ์จะมีรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เป็นทางเลือก และ มาเซราติ ทุกรุ่น จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2571”

แฮมดี แอลฌองตูรี Head of Maserati Overseas Regions

แม้ว่าปัจจุบันรถยนต์ค่ายอื่น ๆ จะเริ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า แต่ Maserati มองว่าตนเองเป็นค่ายรถยนต์ระดับ Luxury ค่ายแรกที่เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SUV Luxury EV 100% ถ้าหากถามว่าช้าหรือเร็วไปหรือไม่ แฮมดี แอลฌองตูรี บอกว่า มาเซรา มีจังหวะของตนเอง ดังนั้นการปล่อย มาเซราติเกรคาเล่ โฟลกอเร (Maserati Grecale Folgore) ออกมาและเปิดตัวในงาน BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW 2024 ในครั้งนี้จึงมองว่าเหมาะสมแล้ว

ในการพูดคุยกัน แฮมดี แอลฌองตูรี เน้นย้ำถึง DNA ของมาเซรา รถหรูสัญชาติอิตาลี ที่มีความโด่ดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าโลกจะก้าวไปเป็น EV ในอนาคตมากขึ้นหรือไม่ รถทุกคันของค่ายก็ยังคง DNA เดิมไว้อยู่เสมอ

ลูกค้า Maserati ในไทยเป็นใคร ?

ปิยะเทพ ศิวากาศ Director of Operations มาเซราติ ประเทศไทย บอกกับ บริคอินโฟ ออโต้ ว่า กลุ่มลูกค้าของ Maserati ในไทยแบ่งเป็น 2 กลุ่มตามช่วงอายุที่เห็นได้ชัด คือ กลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งยังคงชอบรถยนต์สันดาป (ICE) ที่ใช้น้ำมันอยู่ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ อายุ 30 ปีขึ้นไป ก็จะหันมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากขึ้น

Advertisement

หากแบ่งตามอาชีพจะพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ และอีก 5% เป็นหมอสายบิวตี้ ปิยะเทพ ศิวากาศ ระบุถึงข้อมูลที่น่าสนใจว่า เดิมกลุ่มลูกค้าของ มาเซราติ จะเป็นกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่พักหลัง ๆ จะพบว่า อายุของลูกค้าที่ซื้อรถลดลงมาอยู่ที่ 35 ปีขึ้นไปแทน

Maserati GranTurismo โฉมใหม่

ปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ มาเซราติ หันมาสนใจ อาจเกิดจากการที่ลูกค้ากลุ่ม Top Premium Car (เช่น BMW , Mercedes-Benz) มีกำลังซื้อที่เติบโตมากขึ้นจนสามารถขยับมาเล่นรถ Luxury Car ได้ ดังนั้นการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจีน ที่วางตัวเองเป็น Premium Car ในมุมมองของ แฮมดี แอลฌองตูรี Head of Maserati Overseas Regions จึงมองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทมากนัก เพราะรถเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่ม Premium Car มากกว่า

ยุคที่ทุกคนทำ EV แรงๆได้ไม่แพ้กัน Maserati อยู่ตรงไหน ?

แฮมดี แอลฌองตูรี Head of Maserati Overseas Regions มองว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังแข่งขันกันก็ไม่ต่างจากตอนที่เป็นรถยนต์สันดาปมากนัก คือ ความแรง ดีไซน์ของรถ ดังนั้นจุดยืนของ Maserati ยังคงเดิม คือ DNA ของรถสัญชาติอิตาลี การดีไซน์ แบรนดิ้ง ฟีเจอร์ต่าง ๆ วัสดุ สมรรถภาพ และความแรงสไตล์รถอิตาเลียน ที่จะทำให้แตกต่าง

Advertisement
Maserati GranCabrio

ทำไม Maserati ต้องมาสนใจประเทศไทย ?

แฮมดี แอลฌองตูรี บอกว่า การทำการตลาดที่ไทย ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการบริการที่ไร้รอยต่อในฐานะรถอิตาลีที่ผลิตในอิตาลี ดังนั้นความสม่ำเสมอในการสื่อสาร ความรวดเร็ว และมาตรฐานจึงเป้นเรื่องสำคัญ การที่เขาเข้ามาดูแลในส่วนนี้ก็เสมือนเป็นตัวกลางในการเชื่อมไทยกับสำนักงานใหญ่ในอิตาลีให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นและบริการได้ดีขึ้น

มาเซราติเกรคาเล่ โฟลกอเร (Maserati Grecale Folgore)

ทั้งนี้สำหรับ มาเซราติเกรคาเล่ โฟลกอเร (Maserati Grecale Folgore) เป็นรถอเนกประสงค์เอสยูวีระบบไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของมาเซราติ ให้ประสบการณ์การขับขี่ตามคอนเซ็ปต์ “everyday exceptional” โดยนำมาจัดแสดงในงาน บางกอก อินแตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ตั้งแต่วันพุธที่ 27 มีนาคม–วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567 วันธรรมดาเปิดเข้าชมงานเวลา 12:00–22:00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดเข้าชมงานเวลา 11:00 น.–22:00 น. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 และ อิมแพค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4, อิมแพค เมืองทองธานี