Connect with us

ข่าว

ตำรวจ บก.ปทส. ลุยตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้กลางหมู่บ้านในจังหวัดลำปาง หลังได้รับการร้องเรียน

Published

on

ตำรวจ บก.ปทส. ลุยตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้กลางหมู่บ้านในจังหวัดลำปาง หลังได้รับการร้องเรียน เบื้องต้นพบการกระทำผิดจริงก่อนคุมตัวเจ้าของโรงงานแจ้งข้อกล่าวหาทันทีพร้อม สั่งปิดโรงงานชั่วคราวและอายัดไม้ท่อนกว่า 700 ท่อนเพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปให้ชัดเจน.

วันนี้ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ตร.บก.ปทส. โดย การอำนวยการชอง พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส.สั่งการให้ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ เอกกุล สว.กก.4 บก.ปทส.วางแผนก่อนที่จะเข้าไปตรวจสอบ กรณีได้รับการ้องเรียนว่ามีโรงงานแปรรูปไม้ที่ตั้งใจกลางชุมชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ได้รับผลกระทบทั้งเสียงการแปรรูปไม้ การขนย้ายไม้ท่อนเข้าออก และฝุ่นจากการแปรรูปไม้กระจายไปทั่วพื้นที่ ส่งผลกระทบอย่างมาก จึงได้ร้องเรียนขอให้ไปตรวจสอบโดยในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ประชุมวางแผนเตรียมพร้อมก่อนเข้าไปตรวจสอบและได้มีการประสานงาน นายดนุศักดิ์ หมื่นโฮ้ง ผู้อำนวยการศูนย์ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษป่าไม้ จังหวัดลำปาง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.14 (แม่ทะ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ที่ 33 เชียงใหม่ เพื่อขอกำลังเสริมเข้าร่วมตรวจสอบในครั้งนี้โดยเมื่อเจ้าหน้าไปถึงยังจุดเกิดเหตุตั้งอยู่ที่ เลขที่ 84/1 หมู่ 5 ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ท ะจังหวัดลำปาง โดยเมื่อไปถึงพบเป็นโรงงานขนาดกลาง มีคนงานชายหญิงประมาณ 7- 8 คนกำลังแปรรูปไม้และประกอบไม้สิ่งประดิษฐ์ที่ทำมาจากไม้ เพื่อที่จะส่งขายไปยังพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานโดยมีออเดอร์สั่งเข้ามาจำนวนมากและจากการสอบถามคนงานทราบว่า เจ้าของเป็นผู้หญิง ขณะนี้กำลังไปขนไม้ท่อนที่ต่างอำเภอ เพื่อที่จะนำมาเก็บที่โรงงานแห่งนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงาน ให้ทางเจ้าของกลับมายังโรงงาน ก่อนที่เจ้าของโรงงานจะนำเอกสารหลักฐานต่างๆมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่.

เบื้องต้นจากการได้ตรวจสอบเอกสาร พบว่าโรงงานได้ขอนุญาติถูกต้องตามกฏหมาย แต่พบว่ามีการขยายโรงงานและตั้งเครื่องจักรเพิ่มโดยไม่ขอนุญาติแม้ว่า เครื่องจักรจะไม่เกินกฎหมายกำหนด แต่การขายโรงงานออกไปทำผิดเงื่อนไขเจ้าหน้าที่จึงได้สั่งอายัดเครื่องจักรและไม้แปรรูปที่พบในที่เกิดเหตุทันที ขณะเดียวกันยังพบว่ามีกองไม้สักขนาดต่างๆรวมไปถึงไม้ประดู่ ไม้สีเสียด ไม้พวง มากกว่า 700 ท่อน กองอยู่ที่ดินว่างเปล่าใกล้โรงงาน โดยทางเจ้าของโรงงานแปรรูปไม้ได้แจ้งว่าเป็นของตนเองทั้งหมด โดยไปกว้านซื้อมาจากพื้นที่ อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ในที่ดินมีโฉนด 2 แปลง นส.3 ก. อีก 2 แปลง เอามากองไว้เพื่อที่จะทำสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมูลค่าทั้งหมดเกือบ 5 แสนบาท เจ้าหน้าที่ฯ จึงให้นำเอกสารหลักฐานการขึ้นทะเบียนการจดแจ้งไม้เข้าออก ปรากฏว่า มีเอกสารการขึ้นทะเบียนจริงแต่การจัดแจ้งไม่ตรงตามเอกสาร เพราะกองไม้มีมากกว่า 700 ท่อน แต่มีการจดแจ้งเพียง 150 ท่อน เจ้าหน้าที่ฯจึงได้สั่งอายัดกองไม้ทั้งหมดรวมไปถึงไม้ที่กองภายในโรงงาน เพื่อให้ทางเจ้าของนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มาแสดงให้ครบถ้วนตามกระบวนการกฏหมาย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฯ ได้ควบคุมตัวเจ้าของโรงงานไปนั้น จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะดำเนินการต่อไป.

สำหรับการเข้าตรวจสอบและจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือ ตร.บก.ปทส.มี นโยบายปรามปรามป้องกันการกระทำผิดกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังเน้นกลุ่มทุน นายทุนที่เข้าไปรุกแผ้วถางป่า ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ที่ผิดเงื่อนไขแอบซุกซ่อน ลักลอบนำไม้เถื่อนเข้ามาแปรรูป รวมไปถึงกลุ่มขบวนการค้าไม้ข้ามชาติอย่างเข้มข้น จึงได้จัดกำลังกระจายตรวจค้นทุกจุดที่ได้รับการ้องเรียนและการสืบสวนหาข่าวจนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ในขณะนี้ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง ได้มีคำสั่งให้ปิดโรงงานแปรรูปนี้ 30 วัน เพื่อที่จะเร่งตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและการแก้ไขต่างๆให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป ถึงจะให้เปิดดำเนินการได้

Advertisement
Continue Reading
Advertisement