Connect with us

ข่าว

ศึกปมมรดกปางช้างแม่สา ยังไม่จบ “อัญชลี” ตามล่า เงินในบัญชีกว่า 100 ล้านบาทที่ใช้เลี้ยงช้างมีอยู่จริง แต่สูญหาย

Published

on

ผู้สื่อข่าว : นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวเชียงใหม่

ศึกมรดกพันล้านของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ที่เสียชีวิตไปร่วม 4 ปีแล้วทิ้งมรดกทรัพย์ทั้งภายในและนอกพินัยกรรมไว้มากกว่าพันล้านบาท แต่ทางทายาทยังไม่สามารถจัดแบ่งมรดกกันได้ โดยผู้จัดการร่วมมีนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโต กับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ภรรยาคนสุดท้าย ยังไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้เหตุนางอัญชลี ตรวจพบว่ามีเงินในบัญชีธนาคารที่ใช้หมุนเวียนในการดูแลช้างของบริษัทปางช้างแม่สา ได้หายไปรวมทั้งทองคำและงาช้างที่ขึ้นทะเบียนไว้หายไปจำนวนมากโดยยังไม่ทราบว่าใครเก็บรักษาไว้ และฝ่ายของนางฐิติรัตน์ ได้เรียกร้องสินสมรสประเมินไว้ถึง 300 ล้านบาท จึงไม่สามารถจะตกลงกันได้ ส่งผลกระทบอย่างแสนสาหัสกับช้างจำนวน 68 เชือกในปางช้างแม่สาที่เลี้ยงแบบไร้เงินบริหารมาร่วม 4 ปีตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว

ปมศึกมรดกพันล้านพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร กลายเป็นศึกที่ต้องนำชีวิตของช้างทั้ง 68 เชือกและพนักงานในปางช้างแม่สา มาเป็นตัวประกันใช้ในการกดดันเพื่อชิงความได้เปรียบในกองมรดก โดยความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อบ่ายวันที่ 31 ต.ค. ทางนางอัญชลี กัลมาพิจิตร พร้อมทั้งนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความ ได้เดินทางไปที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในฐานะที่เป็นโจทย์ฟ้องเรียกคืนเงินจำนวน 117 ล้านบาทหากรวมดอกเบี้่ยก็จำนวน 125 ล้านบาทของบริษัทปางช้างแม่สา จำกัด โดยได้มีการเจรจาพูดคุยกับทนายของธนาคารแห่งหนึ่งที่ตนฟ้อง พร้อมทั้งองค์คณะของศาล โดยใช้เวลาเจรจากันตั้งแต่เวลา 13.30 น.จนถึง 16.00 น.ก็เสร็จสิ้นในครั้งแรก

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ได้เผยว่าให้ผู้สื่อข่าวว่า ในการพูดคุยกันวันนี้ทางตนเป็นโจทย์ยื่นฟ้องธนาคารแห่งหนึ่งเรื่องเงินทีหายไปจากบัญชี กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งทางทนายธนาคารให้การปฎิเสธ แต่บอกว่ามีการเบิกเงินออกไปจริง แต่ทางธนาคารคิดว่าเป็นการเบิกออกไปโดยที่ถูกต้องโดยพนักงาน ที่ดูแลธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.แม่ริม ได้ทำการถูกต้องแล้ว ก็คือคนที่มีอำนาจเบิกเงินได้มีอยู่ 3 คนมีนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดา นายเชิดศักดิ์ กัลมาพิจิตร และก็นางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร คนใดคนหนึ่งเบิกได้เป็นเงื่อนไขที่สามาถเบิกเงินได้ ซึ่งเราก็ได้ตัดนายชูชาติ ออกไปเพราะเสียชีวิตแล้ว ก็เหลือเพียงนายเชิดศักดิ์ และนางฐิติรัตน์ ที่เบิกเอาเงินจำนวน 117 ล้านบาทออกจากบัญชีในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ในวันนี้ยังไม่มีการเรียกพยานเอกสารเข้ามารวมทั้งพยานบุคคลว่าใครเป็นคนเบิกเงิน แต่ทางทนายของธนาคารเขาได้บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นการโอนเงิน แต่เป็นการเบิกเงินสดเกือบทั้งหมด ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าระหว่างนายเชิดศีกดิ์ กับนางฐิติรัตน์ ใครเป็นคนเบิก หรือเบิกทั้งคู่ หรือผลัดกันเบิกตอนนนี้เรายังไม่รู้ เพราะว่าการสืบพยานยังไปไม่ถึงตอนนั้น วันนี้ถือเป็นนัดแรกของการฟ้องเรียกทรัพย์คืน แต่วันนี้ตนก็พึงพอใจแล้วว่าธนาคารเขายอมรับว่าบริษัทปางช้างแม่สา มีเงินร้อยกว่าล้านบาทตามนั้นจริง มีคนไปเบิกออกไปจริง แต่เขาก็เถียงว่าเขาไม่ต้องชดใช้เราเพราะว่ามันเป็นการเบิกโดยชอบโดยกรรมการของบริษัทก็คือนายเชิดศักดิ์ หรือนางฐิติรัตน์ ก็เพราะว่าเขาเป็นกรรมการชุดก่อนไม่ใช่นางอัญชลี เพราะว่านางอัญชลีคืนไม่รู้เรื่องคือนางอัญชลีเป็นกรรมการในชุดปัจจุบันที่พอรู้ว่าเงินของบริษัทหายจึงมาฟ้องที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้

Advertisement

นางอัญชลี ได้เผยต่อไปว่าหากจะพูดไปแล้วอดีตกรรมการเบิกเงินสดและโดยมีพนักงานผู้จัดการของธนาคารร่วมด้วย เพราะว่าเขาไปทำเอกสารจากนายชูชาติ คนเดียวเพราะนายชูชาติ สามารถเบิกบัญชีเหล่านี้ได้คนเดียว แต่เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2562 ตอนที่เขานอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ก็มีการประชุมเพื่อจะนำเอาเอกสารการประชุมของผู้ถือหุ้นไปเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเบิกเงินปางช้างแม่สา แม้นายชูชาติจะนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ซึ่งทำกันเป็นทีมงานในเรื่องนี้ มีคนของธนาคารร่วมด้วย ซึ่งทางธนาคารสำนักงานใหญ่ก็ได้ตั้งคณะกรรมสอบสวนโดยให้ทางพนักงานทางเชียงใหม่รายงานเข้าไป อย่างไรก็ตามทางศาลก็ได้ให้มีการสืบพยานในเรื่องนี้ ซึ่งตนมีความเชื่อว่ามีผิด ฝ่ายเขามีความเชื่อว่ามีความถูก ก็จะต้องมีการเรียกพยานทั้งสองฝ่ายโดยทางเราจะเรียนพยาน 10 ปากฝ่ายธนาคารจะเรียกพยาน 3 ปาก ซึ่งทางศาลให้หาวันนัดได้ในเดือนตุลาคมปี 2566 จะนัดสืบพยานทั้งหมด เรื่องก็คงยาว แต่เรื่องนี้เรามีความมั่นใจว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบมาพากล ตนเชื่อว่าทางบริษัทปางช้างแม่สาถูกฉ้อโกงแน่นอนโดยผู้มีอำนาจลงนามและเจ้าหน้าที่ของธนาคาร โดยเฉพาะเงินก็ถูกเบิกออกไปจริง 117 ล้านบาทจริง

ด้านนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของนางอัญชลี ได้กล่าวเสริมว่าในตอนนี้เรามีความสบายใจที่พบว่าเงินถูกเบิกออกไปจริง ถึงเขาจะบอกว่านำออกไปถูกต้องก็ต้องมาสู้กันเพราะเราเชื่อว่าไม่ถูกต้อง ก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเงินปางช้างแม่สามีอยู่จริง 117 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็น 125 ล้านบาท ที่จะต้องตามคืนมา แต่ก็สงสารช้างจำนวน 68 เชือก และพนักงานที่ต้องทนลำบากไปด้วย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement