Connect with us

ข่าว

เครือข่ายชาวบ้านต้านเหมือง “เดือดหนัก” หลังจังหวัดเปิด”ไฟเขียว” ให้ลงประชามติ เตรียมต่อสู้ทุกประตู ลือสนั่น ผู้นำจะได้รับรางวัลตอบแทนน้ำใจ

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565 ที่ศาลาเอนกประสงค์หมู่ 8 ตำบลต้าผามอก อำเภอลองจังหวัดแพร่ เป็นสถานที่จัดทำประชามติเหมืองแร่ ซึ่งทางตัวแพร่ โดย นายสมหวังพ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้มอบหมายให้ นายวิเชียร อนุสาสนนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่อำนวยการลงประชามติครั้งนี้โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่เป็นผู้ดำเนินการ การลงประชามติเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 นถึง 15.30 น ประชาชนผู้มีสิทธิ์ในการลงประชามติจากหมู่ 8 ตำบลท่าผาหม้อ 590 คน

สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้ามีเครือข่ายชาวบ้านด้านเหมืองรวมตัวกันนอกเขตคนนอกเขตหน้าสถานที่ลงประชามติจำนวนประมาณ 100 คน มีการยกป้ายไม่เอาเหมืองแร่อย่างเด็ดขาด ขอคืนความธรรมชาติให้กับหมู่บ้านชุมชน ในส่วนแกนนำชาวบ้าน มีนางสาวสมใจ ต๊ะเอ้ย นายโด่ง นายจิรวัฒน์ ดวงประทีป แกนนำ ม.5 บ้านอิม มีการเรียกร้องให้ตัวแทนของจังหวัดแพร่ที่มีอำนาจสูงสุดในวันนี้ออกมาชี้แจงกับพี่น้องชาวบ้านแต่ไม่มีผู้ใดออกมาชี้แจงกับพี่น้องชาวบ้านแต่อย่างใดเพียงแต่มีปลัดอำเภอลองซึ่งมาพูดคุยกับพี่น้องชาวบ้านซึ่งเกรงว่าจะมีการลุกเข้าไปขัดขวางในการทำประชามติซึ่งในชาวบ้านได้บอกกับปลัดอำเภอว่าจะขออยู่ข้างนอกเขตเพื่อกดดันและดูการลงประชามติในครั้งนี้ว่าจะเป็นรูปแบบไหนอย่างไรมีอะไรที่ทำให้พี่น้องชาวบ้านได้จับผิดหรือไม่

สำหรับประชาชนที่มาลงประชามติ ฯ ได้มีการทยอยมาเป็นช่วงๆ แต่กลุ่มเครือข่ายชาวบ้านต้านเหมืองก็มิได้มีการปิดกั้นทางเข้าออกแต่อย่างใดโดยเปิดช่องทางให้ผู้มีสิทธิ์ลงประชามติได้เข้าอย่างสะดวกและก่อนเข้าเขตพื้นที่ลงประชามติ มีเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ลงประชามติ ด้วยการตรวจบัตรประชาชน สอบถามว่าอยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่ และมีการคัดกรองการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส covid ตรวจอุณหภูมิอย่างทุกอย่างถูกต้องทุกคนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งทุกคนที่เข้ามาต้องสวมเมตรและมีเจลล้างมือมีการวัดอุณหภูมิทุกคนด้วย

ขณะเดียวกัน นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอลอง ได้เข้าพบเครือข่ายชาวบ้านด้านเหมือง และชาวบ้านได้เรียกร้องให้นายอำเภอเข้าดูพื้นที่การทำเหมืองแร่และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ด้วย ซึ่งนายอำเภอลองได้นัดหมายกับชาวบ้านว่าจะเข้าพื้นที่ในวันอังคารที่ 5 เมษายนนี้ โดยจะเข้าไปดูว่าไปดูว่าการที่ชาวบ้านได้เล่าว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบนั้นจริงหรือไม่อย่างไรซึ่งจะเข้าไปดูอย่างแน่นอน

Advertisement

นางสาวสมใจ ต๊ะเอ้ย กล่าวว่า มีการบอกกล่าวให้กับประชาชนที่มาร่วมต้านในวันนี้ทยอยลงไปทยอยเข้าไปใช้สิทธิ์ในการลงประชามติ โดยทยอยเข้าไปเป็นช่วงช่วงแต่เหตุการณ์ทั่วไปก็อยู่ในเหตุการณ์ที่ปกติซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายคอยอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวบ้านและในช่วงบ่ายใกล้จะปิดหีบเลือกฯ นางสาวสมใจฯ ได้เข้าไปใช้สิทธิ์ลงประชามติด้วยเช่นกัน

นางสาวสมใจ ต๊ะเอ้ย กล่าวว่า การลงประชามตินี้เป็นการทำที่ฝืนความรู้สึกของพี่น้องชาวบ้านที่ ไม่เอาเหมืองแร่ ถึงแม้ว่าทางจังหวัดจะมีการดำเนินลงประชามติในครั้งนี้ แต่ทางเครือข่ายชาวบ้านต้านเหมืองก็จะหาวิธีการต่อสู้ทุกประตู โดยมีหลายฝ่ายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกับเครือข่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ มีการต่อสายเข้ามาให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง และในเบื้องต้นทางคณะกรรมาธิการฯ ของพรรคก้าวไกลได้เข้ามาช่วยเหลือและดูแลการชุมนุมในครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน นายจิรวัฒน์ (โด่ง)
ดวงประทีป แกนนำ ม.5 บ้านอิม ได้กล่าวว่า การลงประชามติในครั้งนี้ถือว่าเป็นเป็นมติอัปยศ ซึ่งชาวบ้านที่ไม่เอาเหมือง มีเห็นมีการเห็นพ้องต้องกันว่า จะเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบซึ่งทั้งนี้ได้รับคำแนะนำชี้ได้รับการช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ซึ่งในฐานะแกนนำของพี่น้องชาวบ้านต่างขอบขอขอบคุณเครือข่ายหลายพื้นที่ที่ให้คำแนะนำในการต่อสู้ ซึ่งนับว่าเราไม่โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนๆที่ผ่านมา ซึ่งต้องขอขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการของพรรคก้าวไกล ซึ่งได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านได้เข้ามาดูแลให้คำแนะนำด้านกฎหมายและช่องทางอื่นซึ่งต้องขอขอบคุณมาณโอกาสนี้ และขอขอบคุณทางสื่อมวลชนในจังหวัดแพร่ ที่ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องชาวบ้านได้ผลกระทบเดือดร้อนมายาวนานและไม่มีทางต่อสู้จึงเข้ามานำเสนอข้อมูลข่าวสารให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริง

จากแหล่งข่าวในพื้นที่กล่าวว่า จากการลงประชามติในครั้งนี้ทางผู้นำทั้งสองหมู่บ้านจะได้รับรางวัลตอบแทนน้ำใจอันงาม โดยมีรถป้ายแดงมามอบให้ ซึ่งแหล่งข่าวกล่าวด้วยความตื่นเต้นและดีใจแทนผู้นำว่า ถ้าหากได้รับรางวัลเช่นนั้นจริงๆก็คงเป็นเรื่องที่สมกับบทบาทหน้าที่ที่ท่านดูแลพี่น้องประชาชนมาอย่างเต็มบทบาทหน้าที่แล้ว และในช่วงที่มีการลงประชามติอยู่นั้นทางปราชญ์ชาวบ้านฯ ได้นำธูปเทียนมาจุดธูปกล่าวสาปแช่งกับผู้ที่รับเงินทองอามิสสินจ้างจากผู้หนึ่งผู้ใด เพื่อให้การลงประชามติในครั้งนี้ ที่เห็นด้วยกับการลงประชามติในครั้งนี้ให้มีอันเป็นไปตายวันตายพรุ่งซึ่งในเรื่องนี้ทำให้ชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าให้มันตายไปจริงๆเพราะไม่ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านแม้แต่น้อยนิดเลย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement