ข่าว
ลำปาง – ผู้ว่าหมูป่าลำปางและคณะลงพื้นที่ติดตามปัญหาบ่อขยะลุงแก้ว ย้ำทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบภายใน 7 วัน.
ผู้ว่าฯหมูป่าลำปางพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามปัญหาบ่อขยะลุงแก้ว ในพื้นที่ตำบลต้นธงชัย สืบเนื่องจากกรณีที่นายวาทิต ปัญญาคม อำเภอเมืองลำปาง นำกำลังดักจับรถบรรทุกสิบล้อขนขยะจากเชียงใหม่ มาทิ้งบ่อขยะ”ลุงแก้ว”ในจังหวัดลำปาง เมื่อช่วงกลางดึกเวลา 01.05 น.ของเช้าวันที่17 ส.ค.64 ที่ผ่านมา และได้จับกุม รถบรรทุกสิบล้อ สีขาว หมายเลขทะเบียน 83-1763 กำแพงเพชร พร้อมคนขับทราบชื่อต่อมาคือนายพรชัย อร่ามเรือง อายุ55ปี เป็นคนตำบลสลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นขยะมาจากจังหวัดเชียงใหม่ นำขยะมาทิ้งได้เป็นครั้งที่ 2 โดยได้บรรทุกขยะต้นทางจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่มาทิ้งในที่ดินของ”ลุงแก้ว”

ในวันนี้ 18 ส.ค.64 เวลา 17.00 น.โดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย ทสจ.ลำปาง นายอำเภอเมืองลำปาง ผู้แทนสิ่งแวดล้อมภาค อบจ.ลำปาง นายก อบต.ต้นธงชัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.ต้นธงชัย ลงพื้นที่ตรวจสอบในบ่อขยะ “ลุงแก้ว” โดยที่ผ่านมา ลุงแก้วได้กล่าวอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าที่ดินของตนเองเป็นที่ดิน นส. 3 ก หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าที่ดินที่นำขยะมาทิ้งเกินขอบเขตที่ดินที่มีเอกสารสิทธิก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติป่าไม้เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา.

นายอำนวย ศรีแสงฤทธิ์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง ได้กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าการจังหวัดลำปางนะครับ ที่ให้กำลังใจ เป็นผู้ให้คำแนะนำในการดำเนินการในการจับกุมครั้งนี้นะครับ ในส่วนของสำนักงานทสจ.ลำปางนะครับ ขณะนี้ตามที่ข้อมูลท่านนายอำเภอได้ได้กล่าวไปแล้วนะครับที่ ว่ามีการดำเนินการจับกุมมาตั้งแต่วันที่ 16 นับตั้งแต่วันนั้นมาเราก็ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมดำเนินๆ อำเภอได้ได้กล่าวไปแล้ว เราได้ประสานงานกับฝ่ายไม้นะครับก็คือสำนักจัดการที่ 3 ลำปางนะครับ ร่วมกับสำนักงานของทสจ.ในการพิสูจน์ที่ว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุนี้เป็นพื้นที่ประเภทใด ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นเนี่ยเราได้เอกสารเบื้องต้นว่าเป็น นส. 3 ก ประมาณนี้นะครับ ประมาณ 17 ไร่ซึ่งพื้นที่ที่ทิ้งขยะเราประเมินดูแล้วเนี่ยมันล้ำออกไปจาก 17 ไร่ค่อนข้างจะเยอะซึ่งในเบื้องต้นเนี่ยผู้ผู้กระทำผิดในข้ออ้างว่ามีเอกสารผิดเนี่ยเกินจากเนื้อที่ 17 ไร่ แต่ยังไม่ได้เอามาแสดง ต่อจากนี้ไปเราจะเรียกเอกสารที่เขามีว่ามีกี่แปลงพื้นที่ จำนวนเท่าไหร่ แล้วก็จะมาเทียบกับพื้นที่ที่ทำการทิ้งขยะว่าเกินจากแปลงที่มีสิทธิหรือไม่ หากว่าเกินจากสิทธิที่เขามีเนี่ย พื้นที่ตรงนั้นเนี่ยต่อจากนั้นไปเป็นพื้นที่อะไร ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่า หลังจากเกินจากพื้นที่ที่นส.3 ไปมันจะเป็นเขตป่า หากว่าล้ำไปในเขตป่าเนี่ยเราก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติป่าไม้เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา”
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กล่าวว่า “พื้นที่แห่งนี้ไม่มีเลขที่ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปางของเรานะครับ ปรากฎว่าเมื่อสองวันก่อนมีการพบการขนขยะมาทิ้งในพื้นที่นะครับ เป็นการขนขยะที่ผิดกฎหมายนะครับ ก็วันนี้ผมอยู่พร้อมท่านนายอำเภอนะครับ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้แทนสิ่งแวดล้อมภาคนะครับ ผู้แทนอบจ. ท่านนายกพื้นที่ ท่านกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั้งหมดนะครับ ที่อยู่ตรงนี้ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ ถ้าเรามองแต่ตรงนู้นนะครับที่ไปทางขวามือของเราเนี่ย เมื่อตอนผมเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการจังหวัดลำปางใหม่ๆมันเกิดไฟไหม้กองขยะนะครับ แล้วก็เข้าไปในชุมชน เข้าไปในเขตเมือง แล้วก็มีคนได้รับผลกระทบในเขตชุมชนจะเป็นพันคนที่ได้รับกลิ่นเหม็น แล้วก็มีการท้วงกันมาตลอด วันนั้นเราใช้เวลาดับประมาณ 3-4 วัน วันนั้นยังดับไม่หมดก็มีการตั้งข้อสังเกตกันว่ามันไหม้เองหรือว่ามีการจุดเจตนาให้มันไหม้นะครับ เพราะว่าเราจะเห็นอยู่ในเมืองหลายๆพื้นที่ที่เป็นบ่อขยะไปจะมีการลักลอบเผาบ่อขยะ เพื่อให้ขยะทรุดตัวแล้วจะได้ถมได้อีกนะครับเราตั้งแต่วันนั้นมาแล้วก็จับตาดูมาตลอด แล้วก็เราได้รับรายงานนะครับจากการข่าวของภูธรภาคนะครับ ว่ามีการลักลอบขนขยะในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงมาทิ้งในจังหวัดลำปางของเราจะขออนุญาตเอ่ยนามเลยก็คือพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ เข้ามาลักลอบทิ้งในจังหวัดลำปางของเรา รอติดตามเรื่องนี้มาเป็นปีนะครับ แล้วเราก็เคยจับได้ครั้งนึงเอาไปทิ้งที่อำเภอห้างฉัตรนะครับ ครั้งนั้นตามรถได้ แต่ปรากฏว่าระหว่างที่กำลังอยู่ในกระบวนการที่จะขอหมายค้นเนี่ย เขารู้ตัวก่อน เขาก็ขนอุปกรณ์ทั้งหมด หนีไปนะครับแต่ทางกอ.รมน. จังหวัดเอง ทั้งตัวจังหวัดเองนะครับได้ติดตามดูเรื่องนี้มาโดยตลอด ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับมีการข่าวว่าจะมีการลักลอบขนขยะเข้ามาทิ้งในพื้นที่ ซึ่งการข่าวตรงนี้ อำเภอเมืองจังหวัดลำปางได้รับทราบนะครับ ก็มีการซุ่มเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ไว้และสภาพตามวันเวลาที่กำหนดจริงๆก็มีการลักลอบขนขยะเข้ามาจริงๆในเบื้องต้น ได้รับรายงานว่ามีการมีรถนำคันนึงนะครับ แล้วก็มีรถขนขยะอย่างน้อย 2 คัน แต่เราจับได้คันเดียวนะครับ เพราะว่ารถนำรู้ตัวนะหนีไปก่อน แล้วก็ขยะอีกคันพอเห็นว่ามีการร่วมจับนะครับ ก็ไม่ยอมเข้าพื้นที่แล้วก็วิ่งหนีไปนะครับ กรณีนี้เนี่ยถ้าถามว่าผิดอะไรเราก็กำลังจะตรวจสอบสภาพพื้นที่ทางกฎหมายอยู่นะครับว่าผิดอะไร ถ้าพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะดูเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะนะครับ แต่ถ้าไม่มี เป็นพื้นที่เอกสารสิทธิ์ด้วยสิ่งที่ถูกกฎหมาย จะโดนเรื่องการใช้พื้นที่อย่างเช่นฝั่งตรงข้ามเนี่ยเป็นเขตป่าไม้ สำนักงานป่าไม้ อันนี้ก็เดี๋ยวคงจะต้องตรวจสอบกันไป ตัวจังหวัดเองก็คงจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการ ข้อสอบเรื่องนี้ อย่างนี้ขนข้ามเขตมาเนี่ยอาจจะคิดค่าขนเที่ยวละ 500 บาทแต่ไม่มีอะไรที่ชุมชนท้องถิ่นของเราจะได้ประโยชน์และเป็นการหาประโยชน์ของคนที่ทำผิดกฎหมายทั้งนั้นนะครับ ถ้าถามว่าจะทำได้ไหม ถ้าถูกกฎหมายทุกอย่างก็ต้องมีการทำประชาคมชุมชนของเราอาจจะทำได้เหมือนกัน นั่นก็คือจะเข้ามาพัฒนาท้องถิ่นแต่ก็ไม่มีแต่ ช่วงนี้ที่น่ากลัวถือว่ามันเป็นช่วง covid เราสวมหน้ากากอย่างนี้ หน้ากากนี้ก็เป็นหน้ากากเป็นขยะติดเชื้อประเภทนึงนะครับ วันนี้เอามาใส่รวมเราไม่รู้ว่าขนมาทิ้งแล้วเกิดฝนตกน้ำจะออกไปจะเกิดมลพิษต่อชาวบ้านในแหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงสัตว์ปลูกผักอะไรก็ตามไม่รู้ขนาดไหนเพราะไม่มีการตรวจสอบว่าเป็นเรื่องที่ผิด แล้วก็จังหวัดก็คงจะเร่งให้มีการตรวจสอบได้ที่ผมตั้งเป้าเบื้องต้นว่างให้ตรวจสอบภายใน 7 วันนี้แต่ละหน่วยงานจะดูตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองว่าทำอะไรได้บ้างตามกรอบหน้าที่ แต่ก็ผมใช้เวลาประมาณ 7 วันนะครับรวมถึงการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ด้วยนะครับ ก็การที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ตอนนี้ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าจากภาพถ่ายมีการเอาขยะไปทิ้งเกินเขต ให้ที่ดินตรวจสอบเอกสารแถวนี้ได้มาชอบผิดกฎหมายหรือเปล่า ในการตรวจสอบทั้งระบบนะครับแล้ว ก็วันนี้เองเราจะไม่เข้ามาในเขต เพราะว่าเราถือว่าเราเคารพในความเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ณ วันนี้นะครับเราเข้าไปจะกลายเป็นว่าเราผิดเองเราได้ยิน ตรงนี้ก็มาฝากพวกเราด้วย เราทำดีมาละพี่น้องทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นอย่างดีก็ ขอให้พวกเราช่วยรักษาสิทธิ์ของเรานะครับ ถ้าจะยอมเป็นบ่อขยะแล้วถูกต้องไม่มีอันตรายเนี่ยก็ควรจะได้รับเงินมาพัฒนาท้องถิ่นนะครับ ตัวท้องถิ่นเองท่านนายกท่านควรจะได้เงินมาดูแลท้องถิ่น ดูแลประชาชน ทำให้ท่านผู้ใหญ่ ท่านกำนันจะได้มีเงินดูแลพื้นที่ เวลาเกิดฝนน้ำท่วมแล้วจะได้มีเงินมาช่วยกัน เราอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รวยร่ำรวยมากนัก พื้นที่เราก็ถือว่าเป็นชนบทนะครับ ก็ถ้าเราถูกกฎหมาย แต่ถ้ายิ่งไม่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายด้วย เรายิ่งต้องดำเนินการทางกฎหมาย เราก็คงจะเร่งรัดดำเนินคดีแล้วก็คงใช้กฎหมายทุกฉบับในการดำเนินการ”
ทั้งนี้ นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง ได้กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวลำปางที่กรุณาให้ข้อมูล ให้เบาะแส กับทางอำเภอ ซึ่งในภาพรวมจริงแล้วเป็นทุกหน่วยนะครับ เมื่อวันที่ 16 เราได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำขบวนขยะเข้ามาทิ้งในพื้นที่ของอำเภอเมืองลำปางมาจากเชียงใหม่ ทางอำเภอได้ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางท้องที่ ท่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานหลักหน่วยคือธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจแล้วก็ดูแลในพื้นที่นี้สืบเนื่องจากพื้นที่นี้ได้มีการทำความตกลงหรือบันทึกข้อตกลงระหว่างอำเภอเมืองลำปางเทศบาบตำบลต้นธงชัย รวมทั้ง เจ้าของพื้นที่ว่า จะไม่มีการลักลอบการขนขยะ การทิ้งขยะเมื่อเราได้รับข้อมูลตรงนี้ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาซุ่มเฝ้าระวังตั้งแต่คืนวันที่ 16 เหตุการณ์มาเจอเมื่อประมาณเที่ยงคืนเศษๆนะครับ เจ้าหน้าที่ได้พบว่ามีการลักลอบนำขยะเข้ามา ก็ทำการเข้าตรวจยึดดังกล่าวแล้วร่วมกันแจ้งหน่วยต่างๆเข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งขอให้ผู้ควบคุมรถและเจ้าของพื้นที่ได้มาคุยมาพบปะกัน ซึ่งในเบื้องต้นเองเจ้าของรถเขาบอกว่าได้มีการนำมาทิ้งไปเบื้องต้นแล้วก่อนหน้านี้เที่ยวหรือสองเที่ยวแล้ว ในชั้นต้นที่เราพูดคุยกันนะครับ” สำหรับความคืบหน้าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายในพื้นที่ จะมีการเข้าดำเนินการในการตรวจสอบอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเจ้าของที่ดิน คือลุงแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
