Connect with us

ข่าว

เช็กระเบียบ กทม. ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ ร้านสัก คลินิกเสริมความงาม สปา-นวด เปิดแล้วต้องปฏิบัติอย่างไร ?

Published

on

จากมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16/2564 เห็นชอบมาตรการผ่อนคลายการดำเนินการกิจการและกิจกรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ อนุญาติให้เปิด พิพิธภัณฑ์ , สวนสาธารณะ , คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม , สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ(สปา) ร้านทำเล็บและร้านสัก โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.64 เป็นต้นไป ในส่วนของสถานที่และกิจการประเภทอื่นซึ่งมีคำสั่งปิดไปก่อนหน้า ให้ปิดต่อไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.64

ซึ่งในประกาศดังกล่าวได้มีเอกสารแนบท้ายถึงข้อควรปฏิบัติของแต่ละสถานประกอบการไว้ด้วย เพื่อให้เป็นไปตาม มาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 32) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2564

สถานที่ตามข้อ 1 และ 2 ของประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 32) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคดังต่อไปนี้

ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี

ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี (เฉพาะกิจกรรม สระ ตัด ซอย แต่งผม) ต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคดังต่อไปนี้

  1. ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทาความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของร้าน อุปกรณ์ก่อนและหลังการให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
  2. ให้ช่างตัดผม ผู้ช่วย (ถ้ามี) และผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา
  3. ให้มีการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
  4. ให้เว้นระยะห่างระหว่างเก้าอี้ตัดผม อย่างน้อย 1.5 เมตร
  5. ให้พิจารณาควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด ด้วยการลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักหลีกเลี่ยง การติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
  6. มีมาตรการคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด ทั้งช่างตัดผม ผู้ช่วย และผู้ใช้บริการ ตามขีดความสามารถ
  7. ให้ช่างตัดผมและผู้ช่วย (ถ้ามี) สวม Face Shield และเสื้อคลุมแขนยาวทุกครั้งที่ให้บริการ
  8. ให้มีการเปลี่ยนผ้าคลุมตัดผมทุกครั้งที่ให้บริการ
  9. จัดการให้มีการระบายอากาศภายในร้านที่ดี
  10. อาจเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามแนวทางที่ทางราชการกาหนด เช่น ไทยชนะ หมอชนะ มาใช้ได้ตามความเหมาะสมและความจาเป็น หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ก็ได้

ร้านทำเล็บ และร้านสัก (ห้ามกระทำบริเวณใบหน้า)

  1. ทำความสะอาดพื้นผิว ผิวสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ รวมทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำและให้กำจัดขยะมูลฝอย และขยะติดเชื้อให้ได้ตามมาตรฐาน
  2. ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา
  3. ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ
  4. ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร และเว้นระยะห่างระหว่างเตียงอย่างน้อย 1.5 เมตร
  5. ให้ควบคุมจานวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด และจำกัดระยะเวลาการใช้บริการไม่เกิน 2 ชั่วโมง
  6. ให้กิจการลงทะเบียนและยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามแนวทางที่ทางราชการกำหนด
  7. ให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าและออกจากสถานที่และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชันที่ทางราชการกำหนด เช่น หมอชนะ ไทยชนะ
  8. มีมาตรการคัดกรองไข้และอาการไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด สาหรับผู้ประกอบการ พนักงานบริการ และผู้ใช้บริการก่อนเข้าสถานที่ ทั้งนี้ ให้รายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคตามแนวทางที่ทางราชการกาหนด
  9. จัดให้มีระบบคิว และมีพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
  10. จัดให้มีการระบายอากาศภายในอาคารที่ดี รวมทั้งบริเวณห้องสุขาและห้องอาบน้า ทั้งนี้ ให้ทาความสะอาดเครื่องปรับอากาศ และจัดการฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่าเสมอ
  11. จัดให้มีระบบเก็บข้อมูลและติดตามผู้ใช้บริการได้ทุกคน หากพบผู้ป่วยหรืออาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรคภายหลังจาก การใช้บริการ
  12. จัดให้มีการแนะนาผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ใช้บริการรวมถึงให้มีการตรวจตรา ควบคุมกากับการให้บริการและการใช้บริการ ให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด

คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม มีมาตรการป้องกันโรค ซึ่งถูกกำกับใกล้ชิดโดยแพทย์

  1. ทำความสะอาดพื้น พื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยและขยะติดเชื้อให้ได้ตามมาตรฐาน
  2. ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา
  3. ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ายาฆ่าเชื้อโรค
  4. ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร และเว้นระยะห่างระหว่างเตียงอย่างน้อย 1.5 เมตร
  5. ให้ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัดและให้มีลงทะเบียนก่อนเข้าและออกจากสถานที่ และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชัน ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามที่ทางราชการกำหนด เช่น หมอชนะ ไทยชนะ หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและ รายงานทดแทนได้
  6. มีมาตรการคัดกรองไข้ และอาการไอ หอบเหนื่อย จามหรือเป็นหวัด สาหรับผู้ประกอบการ พนักงานบริการ และผู้ใช้บริการ ก่อนเข้าอาคาร ทั้งนี้ให้รายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคตามแนวทางที่ทางราชการกาหนด
  7. ผู้ให้บริการสวมอุปกรณ์ป้องกันโรคตามมาตรฐานสถานพยาบาล และต้องมีมาตรการป้องกันโรคที่ถูกกากับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์
  8. จัดให้มีระบบคิวและมีพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
  9. จัดให้มีการระบายอากาศภายในอาคารที่ดี
  10. จัดให้มีระบบเก็บข้อมูลและติดตามผู้ใช้บริการได้ทุกคน หากพบผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรคภายหลังจาก การใช้บริการ
  11. จัดให้มีการแนะนาผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ใช้บริการ รวมถึงให้มีการตรวจตรา ควบคุม กากับการให้บริการและการใช้บริการ ให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมหลักอย่างเคร่งครัด

สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (เฉพาะกิจการสปาเพื่อสุขภาพ กิจการนวดเพื่อสุขภาพ) อนุญาตเฉพาะนวดฝ่าเท้า

  1. ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ รวมทั้งห้องสุขา รวมถึงดูแลความสะอาดของผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์สำหรับผู้ใช้บริการและกำจัดขยะมูลฝอยให้ได้ตามมาตรฐาน
  2. ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา
  3. ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ายาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ
  4. ให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร และเว้นระยะห่างระหว่างเตียงอย่างน้อย 1.5 เมตร
  5. ให้ควบคุมจานวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด และจากัดระยะเวลาการใช้บริการไม่เกิน 2 ชั่วโมง
  6. ให้กิจการลงทะเบียนและยืนยันการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามแนวทางที่ทางราชการกาหนด
  7. ให้มีลงทะเบียนก่อนเข้าและออกจากสถานที่และเพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชันติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามที่ทางราชการกาหนด เช่น หมอชนะ ไทยชนะ หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานทดแทนได้
  8. มีมาตรการคัดกรองไข้และอาการไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด สาหรับผู้ประกอบการ พนักงานบริการ และผู้ใช้บริการ ก่อนเข้าสถานที่ ทั้งนี้ ให้รายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคตามแนวทางที่ทางราชการกาหนด
  9. จัดให้มีระบบคิว และมีพื้นที่รอคิวที่มีที่นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
  10. จัดให้มีการระบายอากาศภายในอาคารที่ดี รวมทั้งบริเวณห้องสุขาและห้องอาบน้า ทั้งนี้ ให้ทาความสะอาดเครื่องปรับอากาศ อย่างสม่าเสมอ
  11. จัดให้มีระบบเก็บข้อมูลและติดตามผู้ใช้บริการได้ทุกคน หากพบผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรคภายหลังจาก การใช้บริการ
  12. จัดให้มีการแนะนาผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ใช้บริการ รวมถึงให้มีการตรวจตราควบคุมกากับการให้บริการและการใช้บริการ ให้เป็นไปตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

พิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคดังต่อไปนี้

  1. ทาความสะอาดพื้น พื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ โดยเฉพาะห้องสุขา พาหนะที่ให้บริการภายในสถานที่ ทั้งก่อนและหลังการให้บริการ และให้กาจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
  2. ให้เจ้าหน้าที่ประจาสถานที่ ผู้ใช้บริการทุกคน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
  3. ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หรือน้ายาฆ่าเชื้อโรค
  4. ให้เว้นระยะนั่งและยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร รวมถึงระยะห่างระหว่างโต๊ะและระหว่างที่นั่งอย่างน้อย 1 เมตร
  5. ให้มีลงทะเบียนเพื่อการจองคิวเข้าใช้บริการ รวมทั้งก่อนเข้าและออกจากสถานที่ และให้ควบคุมจานวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด โดยจัดเป็นรอบเข้าชมหรือใช้บริการ ทั้งนี้ให้รวมกลุ่มในการใช้บริการหรือเข้าชมได้ครั้งละไม่เกิน 10 คน ภายใต้การนาชมของเจ้าหน้าที่ประจาสถานที่ และเปิดให้บริการได้เมื่อมีความพร้อมตามมาตรการ
  6. เพิ่มมาตรการใช้แอปพลิเคชันทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามที่ทางราชการกาหนด เช่น หมอชนะ ไทยชนะ หรือใช้มาตรการควบคุม ด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานทดแทนได้ รวมทั้งจัดให้มีระบบลงทะเบียนใช้บริการแบบออนไลน์ และจองคิวเข้าใช้บริการล่วงหน้า
  7. มีมาตรการคัดกรองไข้ และอาการไอ หอบเหนื่อย จาม หรือเป็นหวัด สาหรับพนักงานบริการ ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ให้รายงานหน่วยงานรับผิดชอบกรณีพบผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคตามแนวทางที่ทางราชการกาหนด
  8. จัดให้มีการระบายอากาศที่ดีภายในอาคาร รวมถึงห้องสุขา
  9. ให้มีระบบคิว และพื้นที่รอเข้างานและพื้นที่รอคิว จัดให้มีที่นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
  10. จัดให้มีการให้คาแนะนาผู้ใช้บริการ ตรวจตรา ควบคุม กากับการให้บริการ ลดการรวมกลุ่ม ใกล้ชิดกัน โดยให้เป็นไปตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
  11. พิจารณากาหนดจานวนผู้ใช้บริการจากต่างจังหวัดในระบบจองคิวเพื่อลดการเดินทางข้ามจังหวัด อาจให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบออนไลน์ทดแทน เพื่อลดความแออัดของการใช้บริการในสถานที่