การศึกษา
คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร ชูวิสัยทัศน์ VISION 2031 โชว์เคสบัณฑิตไอดอล-อินฟลูเอนเซอร์รุ่นแรก พร้อมดันคอนเสิร์ต Net Zero
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานโชว์เคส “SILPAKORN MUSIC VISION 2031: Shaping the Music and Entertainment Frontier” เพื่อแสดงศักยภาพและผลงานของบัณฑิตรุ่นแรกจากสาขาวิชาการจัดการและพัฒนาไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ (IDM) ซึ่งเป็นหลักสูตร 4 ปีแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรจากค่ายเพลงและหลากหลายอุตสาหกรรม ประกาศวิสัยทัศน์การผลิตบุคลากรคุณภาพป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีและบันเทิง ควบคู่ไปกับการยกระดับการจัดคอนเสิร์ตคาร์บอนต่ำเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
ผศ.วุฒิชัย เลิศสถากิจ คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า นับตั้งแต่การปรับปรุงหลักสูตรครั้งสำคัญในปี 2565 สาขาวิชาการจัดการและพัฒนาไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ (IDM) ได้รับความสนใจจากผู้สมัครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าผู้เรียนแบ่งออกเป็นกลุ่มที่ต้องการเป็นศิลปิน T-Pop และกลุ่มที่ต้องการทำงานเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งทักษะการสร้างตัวตนและการผลิตคอนเทนต์กลายเป็นพื้นฐานสำคัญในวงการบันเทิงปัจจุบัน ทางคณะจึงขยายเครือข่ายความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมไปยังกลุ่มธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และร้านค้าปลีก เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนประสบการณ์จริงร่วมกับแบรนด์ต่างๆ
คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเป้าหมายการผลักดันนักศึกษาว่า “เป้าหมายสำคัญในอนาคตของเราคือ การส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ควบคู่ไปกับการผลักดันและปกป้องผลงานสร้างสรรค์ผ่านระบบลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้แก่พวกเขา บัณฑิตรุ่นแรกและนักศึกษาของเราไม่เพียงเดบิวต์เป็นศิลปินหรือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม แต่พวกเขายังสามารถสร้างรายได้จากการผลิตคอนเทนต์ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ จนสามารถรวบรวมรายได้เหล่านั้นมาบริหารจัดการและลงทุนจัดงานโชว์เคสจบของตัวเองในวันนี้ได้สำเร็จ”
ทางด้าน ดร.นลิน เพ็ชรอินทร์ ประธานหลักสูตรสาขาวิชาธุรกิจดนตรีและบันเทิง และผู้ก่อตั้งเอกการจัดการและพัฒนาไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา นักศึกษาหลายคนได้ก้าวไปเป็นศิลปินในค่ายเพลงและคนเบื้องหลัง โดยยืนยันถึงความเข้มข้นของหลักสูตรว่า “หลักสูตรของเราขับเคลื่อนด้วยหลักวิชาการที่เข้มข้น ควบคู่ไปกับภาคปฏิบัติและวิชาชีพที่แข็งแกร่ง ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจากแต่ละสาขาในอุตสาหกรรม บัณฑิตที่จบไปจึงมีทักษะการบริหารจัดการและกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ” นอกจากนี้คณะยังเดินหน้ายกระดับหลักสูตรร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมบันเทิงตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกและพัฒนาบทเรียน พร้อมผลักดันนโยบายจัดอีเวนต์และคอนเสิร์ตคาร์บอนต่ำเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในระดับองค์กร
ภายในงานยังมีการเปิดเวทีเสวนา “THE INCUBATOR” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบ่มเพาะบุคลากร ทรัพย์สินทางปัญญา และการขับเคลื่อนงานบันเทิงสู่ความยั่งยืน โดยมีผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา ได้แก่ ตัวแทนจาก บริษัท บีแอลเคเจ็ม (BLKGEM) บริษัท เลิฟอิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (LOVEiS Entertainment) สำนักข่าวเดอะพีเพิล (The People) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนจะปิดท้ายด้วยพื้นที่โชว์เคสผลงานและแสดงความสามารถของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นบัณฑิตรุ่นแรกของหลักสูตร
