ข่าวบันเทิง
Keyring ซิงเกิลใหม่ CODY JON ผสมผสาน แจ๊ส อินดี้ป๊อป และ R&B ถ่ายทอดวัฏจักรความสัมพันธ์ที่ย้อนกลับไปที่เดิม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – CODY JON ศิลปินป๊อปชาวออสเตรเลีย (Australian Pop Artist) เปิดตัวซิงเกิลใหม่ “Keyring” ซึ่งเป็นบทเพลงที่ผสมผสานดนตรีในหลายแนวทาง ทั้ง แจ๊ส (Jazz) อินดี้ป๊อป (Indie Pop) และกลิ่นอาย R&B (Rhythm and Blues) เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกอันขมหวานของการติดอยู่ใน วงจรความสัมพันธ์ ที่ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่ก็ยังตัดขาดจากกันไม่ได้ Keyring ได้รับการโปรดิวซ์ร่วมกับ Oscar Sharah และ Pat Byrne ซึ่งนำเสียงดนตรีสดมาผสมผสานกับการโปรดิวซ์เชิงทดลองอันเป็นเอกลักษณ์ของ CODY JON
ซิงเกิล “Keyring” ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัวของ CODY JON ในช่วงที่หัวใจแตกสลายจากการเลิกรากับแฟนสาว และติดอยู่ในวัฏจักรของการ เลิกกัน กลับมาคุยกัน และต้อง บอกลากันใหม่ อีกครั้ง
โดยเขาได้กล่าวถึงเบื้องหลังเพลงนี้ว่า “ผมเขียนเพลงนี้หลังจากเพิ่งเลิกกับแฟน ทุกวันผมถามตัวเองว่าทำถูกไหมที่จบมัน พอเริ่มจะทำใจได้ เราก็เจอกันโดยบังเอิญ คุยกัน แล้วตัดสินใจจะกลับมาคุยอีกครั้ง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาก มันรู้สึกดีนะ แต่กลับทำให้ทุกอย่างยากขึ้นไปอีก เราต้องเลิกกันใหม่อีกครั้ง พยายามจะเป็นเพื่อนกัน แล้วสุดท้ายก็ต้องหยุดติดต่อกันไปเลย มันยุ่งเหยิงสุด ๆ และผมไม่เคยรู้สึกสับสนแบบนี้มาก่อน ตอนเขียนเพลงนี้ ผมเหมือนกำลังหัวเราะเยาะความเจ็บปวดของตัวเอง รู้ว่ากำลังจะตัดสินใจพลาด แต่ก็ยังเลือกที่จะทำอยู่ดี”
เนื้อเพลงของ “Keyring” สะท้อนถึงการวนซ้ำของความสัมพันธ์นี้อย่างชัดเจนในท่อนที่ว่า “I call it quits, and you call my phone. I let you right back in, keeping my heart on your keyring.” (ฉันบอกเลิก แต่เธอกลับโทรมา และฉันก็ยอมให้เธอเข้ามาในความสัมพันธ์อีกครั้ง เหมือนฉันเอาหัวใจไปห้อยไว้กับพวงกุญแจของเธอ) ซึ่งเพลงนี้เกิดจากการ แจมดนตรี กันในคืนหนึ่ง นำโดยเสียงของ กีตาร์สายไนลอน เบสสด และ เปียโน อันนุ่มนวล ผสมผสานกับเสียง อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Sound) อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างสรรค์เป็นซาวด์ดนตรีที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคแต่ก็ล้ำสมัยในเวลาเดียวกัน
CODY JON ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน ศิลปินอินดี้ป๊อป (Indie Pop Artist) ที่น่าจับตามองของออสเตรเลีย โดยเขาได้เริ่มเปิดตัวในปี 2022 ด้วยอีพีชุดแรก ซึ่งมีเพลงฮิตที่ได้รับความนิยมอย่าง “dirty dancing” และ “STAGEFRIGHT” ด้วยสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานความหลังเข้ากับ จังหวะสมัยใหม่ รวมถึงการนำเสนอโชว์สดที่มีเอกลักษณ์ ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อใหญ่ระดับโลก เช่น ELLE Japan, Triple J, MTV และ iHeart Radio
