Connect with us

ข่าวบันเทิง

The Voice Pride 2025 สร้างปรากฏการณ์ประเดิมเวทีด้วยเรื่องราวและพลังเสียงที่กินใจ

Published

on

รายการ The Voice Pride 2025 สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลมีเดียทันทีที่ออกอากาศตอนแรก ด้วยแนวคิดที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน LGBTQIAN+ ได้แสดงความสามารถด้านเสียงเพลงอย่างเต็มที่ และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชม ถือเป็นการประเดิมรอบ Blind Audition ที่น่าจับตามอง ผู้เข้าแข่งขันหลายคนได้แสดงศักยภาพทั้งการร้องและโชว์ที่เตรียมมาอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางในฐานะ LGBTQIAN+ ที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ

การแข่งขันเริ่มต้นด้วยการแสดงที่น่าสนใจของ ดั้มมี่ วุฒิพงศ์ คำออน ศิลปินอิสระ ที่นำเสนอโชว์แนว Musical ผสมผสานกับเพลงหมอลำในเพลง “Circle of Life” ด้วยลูกคอที่เป็นเอกลักษณ์จนโค้ชทั้งสามหันเก้าอี้เพื่อแย่งชิง ดั้มมี่กล่าวถึงการแสดงของตนเองว่า “ขอนิยามตัวเองว่าเป็นกะเทยบ้านนอกค่ะ จริง ๆ ผูกพันกับการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก มาชัดเจนตรงที่เราได้ทำอาชีพนี้ รู้สึกภูมิใจกับอาชีพนักร้องมากค่ะ เพราะได้เอนเตอร์เทนผู้คน ที่มาเวทีนี้ ถือเป็นการโชว์กะเทยให้แม่ได้ดูเป็นครั้งแรก พอแม่เห็นลูกแต่งตัวเต็มขนาดนี้ แม่อึ้งไปเลยค่ะ”

อีกหนึ่งโชว์ที่สร้างความประทับใจคือ โอปอล์ พัชรพล อติเปรมานนท์ วัย 50 ปี อดีตข้าราชการทหาร ที่มาพร้อมเพลง “มีไหมใครสักคน” ด้วยการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้องและน้ำตาที่หลั่งริน ทำให้ผู้ชมและโค้ชหลายคนถึงกับน้ำตาซึม โค้ชแอม เสาวลักษณ์ เป็นคนแรกที่กดปุ่มหันเก้าอี้ ตามมาด้วยโค้ชธามไท แพลงศิลป์ ที่ไม่รอช้าและเริ่มการช่วงชิงลูกทีมอย่างเข้มข้น

โอปอล์ พัชรพล เล่าถึงแรงบันดาลใจในการมาประกวดครั้งนี้ว่า “ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับการร้องเพลง อดีตเป็นข้าราชการ แต่ตอนนี้ขายเสียงค่ะ ตั้งแต่เริ่มต้นคุณพ่อไม่เคยชอบที่ลูกเป็นแบบนี้ พ่อแม่เขารับไม่ได้ ขนาดที่ว่า เรามีเสื้อผ้าที่เป็นลูกไม้ลายฉลุ หรือใส่อะไรที่บาง ๆ เขาก็จะไปหยิบมาดูแล้วถามว่า ตัวนี้ เป็นตัวโปรดใช่ไหม ชอบใช่ไหม เขาก็จะฉีกทิ้ง จนวันหนึ่งเราเริ่มในสิ่งที่มันมั่นคงได้ และตรงนี้เป็นจุดที่ดูแลเขาได้ เขาเริ่มมีความรู้สึกเปิดรับเราจริง ๆ ต้องบอกว่าพลังภายในจากเพศแบบเรา มันคือแรงผลักดัน ต้องใช้คำว่า กะเทยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ทำได้ทุกอย่าง ถ้าเราจะฮึดสู้ขึ้นมามันต้องได้และมันต้องสำเร็จ เราเคยเห็นสายตาของความสุขของคุณพ่อคุณแม่ ทุกครั้งที่ไปประกวดเวทีไหน แม้กระทั่งกลางคืนที่ไปร้องเพลงในผับ, ดิสโก้ หรือเธค เขาจะไปเปิดโต๊ะเฝ้าลูก ดูลูกหน้าเวที ไปเป็นแฟนคลับ ไปเชียร์ เวลาลูกประสบความสำเร็จ สายตาคู่นั้นมันจะส่องประกาย ทำให้เราชื่นใจ เราดีใจ ครั้งนี้เลยอยากมีโอกาส ได้กลับมาเห็นแววตาที่สดชื่นแบบนั้น เติมเต็มให้เขา ซึ่งตอนนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่เขาอายุ 80 แล้ว คุณแม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง เดินไม่ได้มา 20 ปี มาเวทีนี้ขอทำให้ดีที่สุด สื่อความหมายของเพลงออกมา ให้ถึงคนดูมากที่สุด จุดหมายปลายทางคือแววตาคู่นั้น จะได้ฉายแววแห่งความสุขอีกครั้ง เพราะพ่อแม่คือ 2 คนที่เรารักที่สุดค่ะ ฝากแฟน ๆ ช่วยเชียร์ด้วยนะคะ”

โค้ชทั้งสามได้แก่ โค้ชแอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, โค้ชเบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ และ โค้ชธามไท แพลงศิลป์ ยังคงเดินหน้าเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถและเหมาะสมที่จะคว้าเงินรางวัล 300,000 บาท และเป็น The Voice Pride คนแรกของประเทศไทย

ติดตามรายการ “The Voice Pride 2025” ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20:30 – 22:00 น. ทางช่อง 7HD, Application Ch7HD, www.ch7.com, Bugaboo และสามารถรับชมย้อนหลังแบบเต็มได้ทาง Netflix (เฉพาะในประเทศไทย)