Connect with us

บทความ

เปรียบเทียบเงินเยียวยาจากรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน ?

Published

on

iPrice รวบรวมข้อมูล เมื่อรัฐบาลในหลายประเทศประกาศ Lockdown ทำให้ประชาชนขาดรายได้ รัฐจึงได้มอบเงินเยียวยาให้แก่คนในประเทศมากน้อยตามผลกระทบที่ได้รับ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นทำให้เกิดผลกระทบไปสู่ทุกภาคส่วน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศที่เน้นรายได้จากการท่องเที่ยว และการส่งออกเป็นหลัก

ประเทศไทย

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นได้มุ่งเน้นไปด้านการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก จากมาตรการต่างๆ เพื่อชะลอการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดการปิดกิจการและส่งผลต่อการว่างงานของกลุ่มแรงงาน โดยทางรัฐบาลไทยเองได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดังต่อไปนี้

  1. สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบแต่เป็นผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ทางรัฐบาลจะมอบเงินจำนวน 5,000 บาท จำนวน 3 งวด เป็นเงิน 15,000 บาท สำหรับผู้ว่างงานที่ลงทะเบียนและอยู่นอกประกันสังคมมาตรา 33
  2. ทางด้านลูกจ้างประจำที่อยู่ในระบบของประกันสังคม ทางกรมแรงงานก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือดังต่อไปนี้
    • ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
    • กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
    • กรณีว่างงาน จากการลาออกหรือเลิกจ้าง
      1. กรณีว่างงาน จากการลาออก จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 45 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
      2. กรณีว่างงาน จากกรณีเลิกจ้าง จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน
  3. สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม จาก 5% เหลือ 1% และมาตรา 39 ลดจาก 9% เหลือ 7% เป็นเวลา 3 เดือน และขยายเวลาส่งเงินสมทบ งวดค่าจ้างเดือน มี.ค.-พ.ค.ออกไป 3 เดือน

อ้างอิง [1] [2]

ประเทศมาเลเซีย

ประเทศมาเลเซีย อีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเช่นกัน ซึ่งมาตรการที่ทางประเทศมาเลเซียได้กำหนดออกมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีดังต่อไปนี้

  1. ทางรัฐได้จัดสรรงบประมาณ และมอบเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 200 ริงกิต (ราว 1,500 บาท) แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตม. ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งควบคุมการเคลื่อนไหว (MCO) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
  2. มอบเงินช่วยเหลือ 1,600 ริงกิต (ราว 12,000 บาท) แก่ประชาชน 4 ล้านครัวเรือน ที่มีรายไต้ 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) หรือต่ำกว่านั้น โดยจ่ายก้อนแรก 1,000 ริงกิต (ราว 7,500 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) ในเดือนพฤษภาคม
  3. มอบเงินช่วยเหลือ 800 ริงกิต (ราว 6,000 บาท) แก่ประชาชนอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ 2,000 ริงกิต (ราว 15,000 บาท) หรือต่ำกว่านั้น โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 300 ริงกิต (ราว 2,300 บาท) ในเดือนพฤษภาคม
  4. มอบเงินช่วยเหลือ 1,000 ริงกิต แก่ผู้ที่มีรายได้ 4,000-8,000 ริงกิต (ราว 30,000-60,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และจ่ายส่วนที่เหลือในเดือนถัดไป
  5. มอบเงินช่วยเหลือ 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ตั้งแต่ 2,000-4,000 ริงกิต (ราว 15,000-30,000 บาท)
  6. มอบเงินช่วยเหลือเดือนละ 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) นาน 3 เดือน สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) ที่บริษัทมีรายได้ลดลงกว่า 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา
  7. ข้าราชการและข้าราชการเกษียณ ได้รับเงิน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท)

อ้างอิง [1] [2]

ประเทศอินโดนีเซีย

ส่วนของประเทศอินโดนีเซีย ก็ได้มีการแจกเงินให้กลุ่มคนว่างงาน โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือราว 1 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน (US $ 61) เป็นเวลาสามถึงสี่เดือน

อ้างอิง [1]

ประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือโดยการแจกเงินให้กลุ่มคนไร้บ้าน ครอบครัวที่มีคนว่างงาน ผู้สูงอายุ ครอบครัวเล็ก ผู้พิการ ผู้ที่ตั้งครรภ์และต้องหยุดงานเพื่อให้นมบุตร โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือราว 5,000 – 8,000 เปโซฟิลิปปินส์ (คิดเป็นเงินไทยราว 3,250 – 5,000 บาท) เป็นเวลา 2 เดือน

อ้างอิง [1]

ประเทศสิงคโปร์

สำหรับประเทศสิงคโปร์ ก็ได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนดังต่อไปนี้

  1. รัฐแจกเงินให้ 100- 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตามฐานรายได้แก่ประชาชนที่มีอายุ 21 ขึ้นไป
  2. มีคูปองลดภาษี GST เพิ่มขึ้น 2 เท่าสำหรับการใช้จ่ายหนึ่งครั้งเพื่อช่วยครัวเรือนรายได้น้อย
  3. ประชาชนที่ได้รับสวัสดิการสังคมจะได้รับเงินเพิ่มอีก 20% จากเงิน 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ที่รัฐบาลแจก
  4. ครัวเรือนรายได้น้อยจะได้รับคูปองมูลค่า 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2563 และ 2564เพื่อนำไปซื้อของใช้
  5. รัฐบาลมอบเงินให้กับชาวสิงคโปร์ทุกคนที่มีอายุมากกว่า 21 ปี จำนวน 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ซึ่งจะเข้าบัญชีในเดือนเมษายน โดยรัฐจะจ่ายเงินให้ประชาชนอีกครั้งในเดือนมิถุนายน
  6. แจกเงินจำนวน 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับบุคคลรายได้น้อยและปานกลาง
  7. แจกเงินจำนวน 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้กับผู้ปกครองชาวสิงคโปร์ที่มีบุตรอายุไม่เกิน 20 ปีอย่างน้อย 1 คน
  8. เติมเงินในคูปองให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพื่อใช้ซื้อของ

อ้างอิง [1] [2]

ประเทศเวียดนาม

ส่วนประเทศเวียดนามก็ประกาศมอบเงินเยียวยาให้ 190 ดอลลาร์ หรือราว 6,100 บาท แม้จะไม่มีมาตรการเยียวยามากนัก แต่เพราะคนในประเทศตื่นตัวตั้งแต่ไวรัสแพร่ระบาดใหม่ ๆ ประกอบกับรัฐบาลวางแผนป้องกันดีทำให้เวียดนามเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อน้อยที่สุดในภูมิภาค บางวันก็ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มเติม

การศึกษาข้อมูล iPrice รวบรวมมาตรการเงินเยียวยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และฮ่องกง ข้อมูลทั้งหมดมาจากเว็บไซต์ดังผู้นำเสนอข่าว Covid-19 ในแต่ละประเทศ ค้นหาแหล่งข้อมูลดังกล่าวฉบับเต็มได้ที่ https://ipricethailand.com/เทรนด/insights/comparing-financial-support-in-sea/

Advertisement