Connect with us

บทความ

“ฟิลเลอร์ปาก” ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง พร้อมข้อควรระวังที่ควรเช็คก่อนฉีด

Published

on

ฟิลเลอร์ปาก หัตถการปรับรูปปากที่เป็นที่พูดถึงในปัจจุบัน หลายคนเริ่มสนใจอยากฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ทรงปากให้ตรงตามเทรนด์อย่างปากอิ่มน้ำสไตล์เกาหลี หรือปากอวบอิ่มแบบสายฝ.  แต่การฉีดฟิลเลอร์ปากที่ขาดความรู้อาจทำให้เกิดอันตรายได้ บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเพื่อคนที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากได้เตรียมความพร้อมก่อนฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ

ฟิลเลอร์ปากเหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปปากได้ดี และเห็นผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์คนหลายประเภท จึงเหมาะกับคนที่มีความต้องการดังนี้

  • คนที่อยากปรับรูปปากโดยไม่ต้องศัลยกรรม
  • คนที่ปากแห้ง ปากลอก หรือปากแตกง่าย ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น
  • คนที่มีเนื้อปากแหว่ง ไม่เต็ม หรือไม่เท่ากันสองข้าง ต้องการปรับให้สมมาตร
  • คนที่อยากให้ภาพรวมใบหน้าดูมีเอกลักษณ์ อ่อนเยาว์ลง หรือเซ็กซี่ขึ้นตามเทรนด์บิวตี้
  • คนที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกบนริมฝีปากให้เรียบเนียนขึ้น

ฟิลเลอร์ปากแก้ปัญหาใดได้บ้าง

ฟิลเลอร์ปากเป็นการเติมเต็มเนื้อปากด้วยฟิลเลอร์ที่ทำจากสาร Hyaluronic Acid ซึ่งสามารถเข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี เรียบเนียน สามารถฉีดเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ได้ดังนี้

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
  • เติมเนื้อปากให้อวบอิ่มขึ้น
  • ฉีดเพื่อปรับทรงรูปปาก 
  • ทำปากกระจับ
  • ฉีดยกมุมปากให้ชี้ขึ้น แก้มุมปากตก
  • เติมร่องลึกหรือริ้วรอยบนริมฝีปากได้ 

ฟิลเลอร์ปากทรงไหนฮิต?

หากฉีดฟิลเลอร์ปากที่คลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง แพทย์จะมีการแนะนำทรงปากที่เหมาะกับคนไข้ให้โดยคำนึงถึงสัดส่วนปากตามหลัก Golden Ratio คือมีริมฝีปากล่างหนากว่าริมฝีปากบนเล็กน้อย เน้นขอบปากให้ชัด เพิ่มความอวบอิ่มของเนื้อปาก ปากมีกระจับชัด และมุมปากทั้ง 2 ข้างชี้ขึ้นเล็กน้อย นอกเหนือไปจากเกณฑ์ดังกล่าวยังมีรูปปาก 2 สไตล์ที่นิยมทำกันดังนี้

ทรงปากสายเกา

ทรงปากสายเกาจะเน้นรูปปากที่ดูละมุน มีกระจับปากชัด เนื้อปากเรียบเนียน ชุ่มชื้น แต่จะไม่เน้นความอวบอิ่มมากเท่าทรงปากสายฝ. โดยรวมทรงปากสายเกาจะช่วยให้ภาพรวมดูเด็ก ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

ทรงปากสายฝ.

ทรงปากสายฝ. จะเน้นความเซ็กซี่ รูปปากมีความชัด เนื้อปากดูแน่น มีวอลลุ่ม อวบอิ่ม เหมาะกับคนที่มีเครื่องหน้าชัด หน้าคม เพราะจะช่วยส่งเสริมสัดส่วนอื่นๆ ได้ดี  

Advertisement

ฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม?

ฟิลเลอร์ปากเป็นสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิก จึงไม่เป็นอันตรายกับร่างกาย เนื่องจากสารดังกล่าวพบได้ในร่างกายอยู่แล้วเมื่อฉีดไปที่บริเวณปากจึงสามารถเกาะกับเนื้อเยื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดการต่อต้าน และไม่ตกค้าง เพราะฟิลเลอร์จะสลายตัวได้เองทั้งหมดตามระยะเวลาการคงสภาพของฟิลเลอร์แต่ละรุ่น แต่หากฉีดฟิลเลอร์มาแล้วต้องการปรับเปลี่ยนก็สามารถทำได้โดยการฉีดสลาย ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัยต้องมั่นใจว่าตัวฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้และฉีดกับแพทย์เท่านั้น

วิธีเช็กฟิลเลอร์ปากของแท้-ปลอม

สำหรับการเช็กว่าฟิลเลอร์ปากเป็นของแท้หรือปลอมมีจุดสังเกตง่ายๆ ได้ดังนี้

  1. ฟิลเลอร์ของแท้ต้องมีเลขอย.ระบุอย่างชัดเจน
  2. ฟิลเลอร์มาพร้อมเอกสารกำกับเป็นภาษาไทย
  3. บนกล่องฟิลเลอร์และหลอดฟิลเลอร์จะมีเลข lot ผลิตสินค้าที่ตรงกัน
  4. สามารถสแกน qr code บนกล่อง หรือโทรตามเบอร์บริษัทผู้นำเข้าเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้
  5. ฟิลเลอร์ของแท้ต้องฉีดผ่านคลินิกเท่านั้น หากเป็นฟิลเลอร์ที่มีขายตามออนไลน์สามารถระบุได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม

ฉีดฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี

คลินิกในไทยปัจจุบันจะมีฟิลเลอร์ให้เลือกฉีดหลักๆ 2 ยี่ห้อที่เหมาะกับฉีดปาก แต่ละยี่ห้อจะมีหลายรุ่นให้เลือก ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสม

  • Juvederm Ultra Plus : ฟิลเลอร์เนื้อฟู มีความนิ่มของตัวฟิลเลอร์ที่ดี เหมาะสำหรับฉีดเพิ่มความอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 12 เดือน
  • Juvederm Voluma : ฟิลเลอร์ที่มีความฟูปานกลาง เนื้อค่อนข้างแข็ง ทำให้คงสภาพได้นาน เหมาะกับคนที่ต้องการฉีดเพิ่มปากอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 18 เดือน
  • Juvederm Volift : ฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อนิ่ม จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 12 เดือน

Juvederm Volite

ฟิลเลอร์สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ต้องการปากอิ่มน้ำ แบบเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 8 – 12 เดือน

Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์อีกหนึ่งรุ่นที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น มีเนื้อละเอียด เหมาะกับฉีดเพื่อปากสุขภาพดี ไม่เน้นเพิ่มความอวบอิ่ม อยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน

Restylane Volyme

ฟิลเลอร์ที่มีความนิ่มปานกลาง ให้ความยืดหยุ่นได้ดี ปากดูอิ่มน้ำ เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนง่าย อยู่ได้นาน 18 เดือน

Restylane Refyne

ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อเป็นเจล ยืดหยุ่นดี สามารถใช้ฉีดเพิ่มความอวบอิ่มได้แต่ยังให้ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ อยู่ได้นาน 12 เดือน

Advertisement

อยากมีปากกระจับ เลือกฉีดฟิลเลอร์ช่วยได้ไหม?

สำหรับคนที่อยากมีปากกระจับโดยไม่ต้องศัลยกรรมสามารถเลือกวิธีการฉีดฟิลเลอร์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันได้ โดยการเติมเนื้อปากและขึ้นรูปให้เป็นทรงตัว M หากทำกับแพทย์ที่มีเทคนิคที่ดีก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เห็นผลเร็ว และดูเป็นธรรมชาติกว่าการผ่าตัด

คนปากบางฉีดฟิลเลอร์ได้หรือไม่?

คนปากบางโดยทั่วไปสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ แต่ต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ก่อน เพราะหากปากบางมากเกินไป หรือปากที่มีความบางจากการผ่าตัดปากบางมาจะทำให้ขาดพื้นที่ให้ฟิลเลอร์เกาะตัวและไม่เห็นผลลัพธ์ตามที่หวังได้

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ปากจะปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อฉีดด้วยความระวัง มีความรู้ที่มากพอก่อนเลือกฉีด โดยควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

ระวังฟิลเลอร์ปลอม

การฉีดฟิลเลอร์ปลอมไม่เพียงลดโอกาสให้ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีเท่านั้น แต่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ หากฉีดฟิลเลอร์ปลอมจะเสี่ยงปากเป็นก้อน อาการบวมอักเสบรุนแรง หรือติดเชื้อ ต้องขูดออก ไม่สามารถแก้ด้วยการฉีดสลายได้

ไม่ควรฉีดนอกคลินิกหรือฉีดกับหมอกระเป๋า

ฟิลเลอร์ที่ฉีดโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีความเสี่ยงทั้งการฉีดผิดจุด ใช้เทคนิคที่ไม่เหมาะสม รวมไปถึงเสี่ยงได้รับฟิลเลอร์ปลอม เนื่องจากฟิลเลอร์ของแท้จะทำการขายให้สถานพยาบาลหรือคลินิกที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องเท่านั้น

Advertisement

ฉีดในปริมาณเหมาะสม

การฉีดฟิลเลอร์ปากต้องผ่านการประเมินปริมาณ CC ที่ใช้ให้เหมาะ โดยคำนึงถึงทั้งยี่ห้อฟิลเลอร์ ทรงที่ต้องการ และพื้นฐานทรงปากเดิม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี หากฉีดในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนได้

ฉีดฟิลเลอร์ปากคงอยู่ได้นานแค่ไหน?

ฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปปากได้ แต่ให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราว ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร ต้องฉีดเติมเรื่อยๆ เพื่อคงสภาพ ระยะเวลาในการเกิดผลลัพธ์หลังฉีดจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำ โดยปกติจะคงอยู่นาน 6 – 18 เดือน

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์เป็นอันตรายหรือไม่?

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากจะเกิดอาการปากบวมเป็นผลข้างเคียงปกติหลังทำ เนื่องจากเป็นการใช้เข็ม อาการจะค่อยๆ หายใน 7 – 14 วัน แต่หากมีอาการที่นานกว่านั้นแปลว่ามีโอกาสเกิดการแพ้ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา

ฉีดฟิลเลอร์ปากราคาเท่าไหร่?

ฟิลเลอร์ปากที่เป็นฟิลเลอร์คุณภาพดี ผ่านการรับรองจากอย. จะมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 8,500 บาทขึ้นไป ต่อปริมาณ 1 CC ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ และโปรโมชั่นของคลินิกที่ต่างกัน

Advertisement
.

แนะนำการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. ศึกษาข้อมูลฟิลเลอร์ยี่ห้อที่ต้องการใช้ วิธีเช็กของแท้-ปลอม และคลินิกที่จะฉีดก่อนตัดสินใจ
  2. งดการใช้ยาที่ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว ยาแอสไพริน ก่อนทำ
  3. งดอาหารเสริมประเภทวิตามิน กิงโกะ พริมโรส ก่อนทำ 1 สัปดาห์
  4. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ 1 ชั่วโมง
  5. งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดก่อนทำ

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากควรดูแลอย่างไร?

  1. งดสัมผัส นวด กด หรือสครับปากหลังฉีดฟิลเลอร์
  2. เลี่ยงการรับประทานอาหารร้อนๆ ในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก
  3. งดสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. ดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดี

เลือกฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี?

  1. เลือกคลินิกที่เปิดบริการถูกกฏหมาย มีใบอนุญาตประกอบกิจการ
  2. มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นผู้ฉีดให้
  3. เลือกคลินิกที่มีฟิลเลอร์ให้เลือกหลายรุ่น
  4. คลินิกมีรีวิวที่ดีจากผู้ใช้จริง
  5. มีราคาการฉีดฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
  6. ติดต่อง่าย สามารถพูดคุยทางช่องทางออนไลน์ได้

สรุป

หากเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากกับคลินิกที่ดีก็จะมั่นใจได้ทั้งด้านผลลัพธ์และความปลอดภัย รวมถึงได้ฟิลเลอร์ยี่ห้อที่เหมาะสมกับตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดปาก หากคุณมั่นใจแล้วว่าการฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับการแก้ปัญหาของคุณได้สิ่งต่อมาคือกรมองหารีวิวและศึกษข้อมูลคลินิกและประวัติของแพทย์ที่จะฉีดให้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยรวมถึงได้คำแนะนำจากแพทย์ก่อนฉีดอย่างเหมาะสม

อ้างอิง