ข่าว
จีน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ด้านการกู้ภัยฉุกเฉินในเขตเมือง ครั้งที่ 3 ที่หนานหนิง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการกู้ภัยฉุกเฉินในเขตเมือง ภายใต้กรอบการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ASEAN Regional Forum (ARF) ครั้งที่ 3 จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน โดยมีผู้แทนระดับสูงจาก 27 ประเทศภาคีสมาชิกและองค์กรระหว่างประเทศกว่า 400 คน เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดแนวทางยกระดับความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติในเขตเมือง
การประชุมครั้งนี้มีสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศมาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นประธานร่วม ภายใต้หัวข้อการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในการกู้ภัยฉุกเฉินในเขตเมือง ภายในงานประกอบด้วยการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส การสัมมนา 4 หัวข้อหลัก การจัดแสดงเทคโนโลยีดับเพลิงอัจฉริยะ และการฝึกซ้อมภาคสนามด้านการเผชิญเหตุภัยพิบัติข้ามชาติ ซึ่งมุ่งเน้นการหารือเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือข้ามพรมแดน การป้องกันภัยพิบัติ และการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านการค้นหาและกู้ภัย

ระหว่างการประชุม ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศได้เข้าชมนิทรรศการเทคโนโลยีการกู้ภัยอัจฉริยะ ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติหนานหนิง พร้อมสังเกตการณ์การฝึกซ้อมภาคสนามร่วมกันของทีมกู้ภัย 21 ทีมจาก 11 ประเทศ รวมบุคลากรกว่า 300 คน โดยมีการจำลองสถานการณ์แผ่นดินไหว ภัยพิบัติทางธรณีวิทยา และการกู้ภัยทางน้ำ ด้วยอุปกรณ์กู้ภัยสมัยใหม่ เช่น หุ่นยนต์ดับเพลิง หุ่นยนต์กู้ภัยใต้น้ำ และอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีพิธีเปิดศูนย์ความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติและการกู้ภัยจีน-อาเซียน ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากร การซ้อมรบฉุกเฉินร่วมกัน และการประสานงานเผชิญเหตุข้ามพรมแดน โดยศูนย์ดังกล่าวเป็นที่ตั้งถาวรของทีมค้นหาและกู้ภัยกว่างซีของจีน และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับงานดับเพลิงและกู้ภัยระดับภูมิภาค

ด้านนางสาวกมลวรรณ กลับศรี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้นำคณะผู้แทนไทย ระบุว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ช่วยส่งเสริมให้ขีดความสามารถของหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก้าวสู่มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทันท่วงที ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติในระดับภูมิภาคให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
