การเมือง
รัฐบาลยกระดับมาตรการสกัดโกงสอบราชการ โทษไล่ออกสถานเดียว จัดทำแบล็กลิสต์กลาง เล็งปรับสู่ระบบ e-Exam ทั้งหมด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเตรียมยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการทั้งระบบ หลังพบสถิติการทุจริตสอบภาค ก. ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 114 กรณี โดยเฉพาะปัญหาการสวมตัวสอบ จึงเตรียมบังคับใช้บทลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาดด้วยการไล่ออกจากราชการสถานเดียว พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกลางเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน ป้องกันผู้กระทำผิดวนเวียนกลับเข้ามาสมัครสอบใหม่
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้เสนอแนวทางให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อกำหนดมาตรฐานทางวินัยให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ โดยกำหนดให้ข้าราชการที่ตรวจพบว่าทุจริตการสอบภายหลังได้รับการบรรจุ มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และต้องถูกลงโทษด้วยการ ไล่ออกจากราชการ เพียงสถานเดียว ส่วนกรณีที่ตรวจพบการทุจริตก่อนการบรรจุแต่งตั้ง ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดำเนินการให้ออกจากราชการในทันที
นอกจากนี้ จะให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของแต่ละประเภทจัดทำบัญชีรายชื่อผู้กระทำผิด และส่งให้สำนักงาน ก.พ. รวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลาง (Blacklist) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งสามารถตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามก่อนรับบุคคลเข้ารับราชการได้ โดยสำนักงาน ก.พ. มีอำนาจเพิกถอนหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก. ซึ่งปัจจุบันได้กำหนดให้ผู้กระทำผิดเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามแล้ว 24 ราย ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569
สำหรับแผนการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้นภายใน 1 ปี มุ่งจัดทำหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางวินัยให้ชัดเจน ระยะกลางภายใน 3 ปี เตรียมปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดสอบภาค ก. จากเดิมที่ใช้ระบบกระดาษควบคู่กับคอมพิวเตอร์ ไปสู่การสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) เพียงรูปแบบเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ และระยะยาวภายใน 5 ปี จะผลักดันกฎหมายเฉพาะที่มีบทลงโทษทางอาญาครอบคลุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด รวมถึงแก้ไขระเบียบเพื่อเรียกคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ย้อนหลังเต็มจำนวนจากผู้ที่ทุจริตแล้วได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ
