Connect with us

การเมือง

รัฐบาลสั่งจัดระเบียบสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ ชูแนวทางครอบครัวมาก่อน ให้สถานสงเคราะห์เป็นทางเลือกสุดท้าย

Published

on

ครม. อนุมัติหลักการขยายประกันสังคม มาตรา 33 ครอบคลุมลูกจ้าง 3 กลุ่ม ทั้งเกษตรกรรม ลูกจ้างบ้าน และแผงลอย รับสิทธิประโยชน์ครบวงจร คาดปี 2573 มีผู้ประกันตนเพิ่ม 1.05 ล้านคน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลขับเคลื่อนมาตรการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองเด็กทั่วประเทศ โดยกำหนดให้การส่งเด็กเข้าสู่สถานสงเคราะห์เป็นทางเลือกสุดท้าย พร้อมมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวและชุมชน เพื่อลดการนำเด็กเข้าสู่ระบบการสงเคราะห์โดยไม่จำเป็น

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานคุ้มครองและดูแลเด็ก โดยเน้นการส่งเสริมการเลี้ยงดูในรูปแบบครอบครัวเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานสถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กทุกแห่ง เพื่อให้เด็กที่จำเป็นต้องอยู่นอกครอบครัวได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและมีระบบติดตามที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มอบหมายให้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดระเบียบสถานรองรับเด็กของภาคเอกชนและองค์กรสาธารณประโยชน์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหรือยังไม่ได้รับอนุญาต ให้เข้าสู่ระบบตามกฎหมายและปฏิบัติตามมาตรฐานการปกป้องคุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กในรูปแบบครอบครัวทดแทน เช่น ครอบครัวเครือญาติอุปถัมภ์ ครอบครัวอุปถัมภ์ และครอบครัวบุญธรรม รวมถึงการฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมให้ครอบครัวเดิม เพื่อให้เด็กสามารถกลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างเหมาะสมเมื่อมีความพร้อม

Advertisement

สำหรับข้อมูลสถิติของกระทรวง พม. ในปี 2568 ระบุว่า มีสถานรองรับเด็กในการกำกับดูแลรวม 407 แห่ง รองรับเด็กทั้งหมด 16,701 คน แบ่งเป็นสถานรองรับเด็กของภาครัฐ 108 แห่ง และของภาคเอกชน 299 แห่ง โดยในส่วนของภาคเอกชนพบว่ามีสถานที่ได้รับอนุญาต 134 แห่ง ดูแลเด็ก 6,508 คน ขณะที่มีสถานรองรับเด็กที่ไม่ได้รับอนุญาตถึง 165 แห่ง ดูแลเด็ก 5,772 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของสถานรองรับเด็กภาคเอกชนทั้งหมด จึงจำเป็นต้องเร่งจัดระเบียบให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับต่อไป