Connect with us

ข่าว

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชี้เวิร์กโหลด AI ดันสภาวะพลังงานเปลี่ยน ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องปรับใช้ UPS อัจฉริยะ

Published

on

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ระบุว่าปริมาณการทำงานหรือเวิร์กโหลดด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะพลังงานรูปแบบใหม่ในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยระบบสำรองไฟฟ้าหรือ UPS อัจฉริยะยุคใหม่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพื่อปรับสมดุลการใช้ไฟฟ้า รักษาเสถียรภาพระบบโครงข่าย และปกป้องงบประมาณลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

พฤติกรรมการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากหลังการเข้ามาของคลัสเตอร์ AI ซึ่งประมวลผลผ่านหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) พร้อมกัน ส่งผลให้เกิดการแกว่งตัวของโหลดพลังงานอย่างรวดเร็ว โดยมีการผันผวนของโหลดไฟฟ้าตั้งแต่ 30% ไปจนถึง 150% ภายในเวลาไม่กี่วินาที และเกิดวงจรความผันผวนหลายล้านครั้งต่อปี ทำให้รูปแบบพลังงานที่เคยเสถียรเปลี่ยนเป็นสภาวะที่มีความผันผวนสูงเป็นเรื่องปกติ

ความผันผวนฉับพลันระดับหลายร้อยเมกะวัตต์อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า เทคโนโลยี UPS ยุคใหม่จึงเพิ่มฟีเจอร์ปรับสมดุลการใช้ไฟและระบบการทำงานต่อเนื่องเมื่อเกิดไฟตก (Fault Ride-Through: FRT) เพื่อให้ระบบยังคงเชื่อมต่อและทำงานต่อไปได้แม้เกิดแรงดันไฟฟ้าตกชั่วขณะ ช่วยลดความเสี่ยงระบบรวนและสอดคล้องกับข้อกำหนดการรักษาเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า

นอกจากนี้ ในดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาดใหญ่ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองแบบออฟกริด (Off-grid) ด้วยก๊าซเทอร์ไบน์หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล เช่น โครงการ Stargate ในเมืองอบิลีน รัฐเท็กซัส ระบบ UPS อย่างซีรีส์ Galaxy V ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค สามารถสลับกลับมาช่วยปกป้องอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าเมื่อเกิดความผันผวนระดับ 1% ต่อวินาทีสำหรับก๊าซเทอร์ไบน์ และ 10% ต่อวินาทีสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล

Advertisement

ในสภาพแวดล้อมการทำงานของ AI เหตุฉุกเฉินทางไฟฟ้าแม้เพียงเล็กน้อยอาจขัดจังหวะกระบวนการเทรนนิ่งของ GPU และลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบ การออกแบบสถาปัตยกรรมพลังงานด้วยการนำ UPS มาวางแผนร่วมกับระบบประมวลผลและระบบทำความเย็นตั้งแต่เริ่มต้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องผลตอบแทนการลงทุน (ROI)

ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี UPS สำหรับ AI รุ่น Galaxy VXL ได้เพิ่มความหนาแน่นของพลังงานขึ้นเป็น 2 เท่า และลดการใช้พื้นที่ลง 52% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ประมวลผล พร้อมทั้งออกแบบทำงานร่วมกับโรดแมป GPU ของเอ็นวิเดีย (NVIDIA) เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของ AI ในอนาคต