Connect with us

ข่าว

รัฐบาลเปิดรับสมัคร โซลาร์ภาคประชาชน ออนไลน์ผ่าน กฟน. และ กฟภ. หนุนผลิตไฟใช้เองและขายส่วนเกินสร้างรายได้

Published

on

ผู้ใช้ โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ต้องรู้! อินเวอร์เตอร์ (Inverter) มีความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ บทเรียน "ปลั๊กละลาย" จาก ACCC ออสเตรเลียตอกย้ำให้ตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์และการติดตั้งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงและไฟไหม้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลไทยเปิดรับสมัครโครงการ โซลาร์ภาคประชาชน ผ่านระบบออนไลน์อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนผู้พักอาศัยติดตั้งระบบ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) บนหลังคาบ้านสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เองภายในครัวเรือน ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า และสามารถบริหารจัดการพลังงานได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถขายกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่เหลือจากการใช้งานกลับคืนเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างรายได้เสริม โดยเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากผู้ใช้ไฟฟ้าให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมผลิตพลังงานสะอาดให้กับประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดการยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการว่า ประชาชนที่มีความสนใจสามารถดำเนินการสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันทีตามพื้นที่พักอาศัย โดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถยื่นสมัครผ่านระบบ My Energy ของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. (MEA) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ สามารถยื่นสมัครผ่านระบบ PPIM ของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) ซึ่งภายในระบบรับสมัครออนไลน์ของทั้งสองหน่วยงานได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร เอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ประกอบการสมัคร รวมถึงเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการไว้อย่างครบถ้วน

สำหรับเงื่อนไขการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าในโครงการดังกล่าว ทางภาครัฐจะดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่เหลือจากการใช้งานในครัวเรือนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลาการรับซื้อตามสัญญารวมทั้งสิ้น 10 ปี และกำหนดให้สามารถเสนอขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานเข้าร่วมโครงการนั้นประกอบด้วย ขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร การประกาศผลการคัดเลือก การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการตรวจสอบความพร้อมของระบบไฟฟ้าก่อนเริ่มจ่ายไฟเข้าระบบอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันว่าการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าเป็นไปตามมาตรฐานและมีความปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกันบูรณาการการดำเนินงานในรูปแบบการให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงโครงการได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดในทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเริ่มตั้งแต่ระดับครัวเรือน

“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าไฟของประชาชน แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมผลิตพลังงานสะอาด สร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement