Connect with us

ข่าว

ร่างกฎหมาย Stop Killing Games ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการวุฒิสภารัฐแคลิฟอร์เนีย หลังถูกกลุ่มสมาคมซอฟต์แวร์ความบันเทิงคัดค้าน

Published

on

คณะกรรมาธิการยุโรปปฏิเสธข้อเรียกร้อง Stop Killing Games แม้มีผู้ลงชื่อทะลุ 1.3 ล้านราย โดยชี้แจงว่าไม่สามารถออกกฎหมายบังคับให้เกมที่ปิดตัวยังคงเล่นได้ ด้านแกนนำเตรียมลุยต่อในกฎหมาย Digital Fairness Act

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ร่างกฎหมายคุ้มครองเกมภายใต้แคมเปญ Stop Killing Games เพื่อการอนุรักษ์และปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคในอุตสาหกรรมเกม ประสบความล้มเหลวในการผลักดันผ่านคณะกรรมการชุดสำคัญของวุฒิสภารัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากเผชิญการคัดค้านอย่างหนักจาก สมาคมซอฟต์แวร์ความบันเทิง หรือ ESA (Entertainment Software Association) ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ยิสต์รายใหญ่ของธุรกิจเกม อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มผู้ขับเคลื่อนแคมเปญยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้ต่อไปในอนาคต

ร่างกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียฉบับดังกล่าว หรือ AB 1921 กำหนดให้ผู้ให้บริการเกมดิจิทัลต้องแจ้งเตือนผู้เล่นล่วงหน้าก่อนที่จะยุติการให้บริการเซิร์ฟเวอร์ที่จำเป็นต่อการใช้งานตามปกติของเกม นอกจากนี้ยังต้องจัดหาเกมในเวอร์ชันทางเลือก แพตช์ อัปเดต หรือทำการคืนเงินให้แก่ผู้เล่นเมื่อเซิร์ฟเวอร์หลักปิดตัวลง แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะเคยผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรรัฐแคลิฟอร์เนียมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมด้วยคะแนนเสียง 43 ต่อ 16 เสียง แต่กลับต้องหยุดชะงักลงในการพิจารณาของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากผลคะแนนเสียงสนับสนุนให้ส่งต่อร่างกฎหมายไปยังคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ โดยมีคะแนนเห็นชอบเพียง 4 ต่อ 3 เสียง และมีสมาชิกอีก 4 คนที่ไม่ลงคะแนน แม้คณะกรรมการจะอนุญาตให้มีการนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้ในภายหลัง แต่ร่างกฎหมายนี้จะไม่สามารถผ่านออกมาบังคับใช้ได้ทันภายในวาระการประชุมสภารอบนี้

ทางกลุ่ม Stop Killing Games มองว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นข้อพิสูจน์ว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขาเริ่มส่งผลกระทบต่อกลุ่มอิทธิพลในอุตสาหกรรมเกม โดยอาสาสมัครของกลุ่มได้ระบุข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Reddit ว่า “นี่คือความพยายามครั้งแรกของเราในปีแรกในสหรัฐอเมริกา ด้วยงบประมาณศูนย์ดอลลาร์ ไม่มีพนักงานที่ได้รับค่าจ้างในแคลิฟอร์เนีย ไม่มีเงินทุนสนับสนุน และไม่มีการดำเนินงานล็อบบี้แบบเผชิญหน้า” นอกจากนี้ยังระบุเสริมว่าพวกเขาสามารถผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาได้ และขาดอีกเพียงแค่ 3 คะแนนเสียงเท่านั้นเพื่อที่จะทำให้ร่างกฎหมายนี้กลายเป็นความจริง

ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจในวงกว้างหลังจาก เจนนิเฟอร์ กิบบอนส์ (Jennifer Gibbons) รองประธานของ ESA ได้โต้แย้งในที่ประชุมเกี่ยวกับการใช้เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว (Private Servers) เพื่อให้เกมยังคงเล่นได้หลังจากเซิร์ฟเวอร์ทางการปิดตัวลง โดยระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเหล่านั้นถือเป็นสิ่ง “ผิดกฎหมาย” และทาง ESA มองว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งคำกล่าวนี้ได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็ว ต่อมาทาง ESA ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมต่อสื่อ Dexerto ว่า “เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่เปิดโฮสต์หรือเผยแพร่เนื้อหาเกมที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้จัดจำหน่ายเกม”

Advertisement


กระแสการคัดค้านจากชุมชนผู้เล่นยังคงดำเนินต่อไป โดยทาง Stop Killing Games ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า “ขอแสดงความยินดีกับ @theESA คุณชนะในรอบนี้ และมอบการยกระดับความชอบธรรมแห่งศตวรรษให้แก่เราด้วยการย้ำจุดยืนเดิม” ขณะเดียวกัน มาร์คุส เพอร์สสัน (Markus Persson) หรือ “Notch” ผู้สร้างเกมไมน์คราฟต์ (Minecraft) ได้แสดงความคิดเห็นวิจารณ์การกระทำของ ESA ว่า “ผมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว แต่การกระทำของ ESA นั้นแย่มาก ผมไม่ได้ปรารถนาให้ผลงานของผมถูกนำมาใช้ต่อต้านผู้คน เรื่องนี้เข้าข่ายไร้ความปรานี” ทางด้าน Accursed Farms ได้ตอบกลับว่า ข้อโต้แย้งเรื่องเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวแสดงให้เห็นถึงระดับการต่อต้านที่แคมเปญต้องเผชิญ พร้อมขอบคุณ ESA ที่ทำให้ประเด็นนี้ชัดเจนต่อสาธารณชนมากขึ้น

นอกจากนี้ บัญชีทางการของ Stop Killing Games ยังได้ตอบกลับผู้ใช้งานที่มองว่าการเคลื่อนไหวนี้จะไม่มีความหมาย โดยระบุว่า “นั่นไม่ใช่ทัศนคติที่ทำให้เราได้รับรายชื่อผู้ลงนามเกือบ 1.3 ล้านคนในสหภาพยุโรป หรือบังคับให้กลุ่มการค้าที่ทรงอิทธิพลที่สุดกลุ่มหนึ่งในวงการบันเทิงต้องเสียเงินและใช้ความพยายามอย่างแท้จริงเพื่อหยุดยั้งเราในแคลิฟอร์เนีย พวกเราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น” ทั้งนี้ ทางองค์กรมีแผนที่จะกลับมาดำเนินการอีกครั้งในวาระการประชุมสภาครั้งต่อไป พร้อมด้วยเงินทุน ทีมล็อบบี้ในพื้นที่ และรายชื่อนักพัฒนาและองค์กรที่ให้การสนับสนุนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าที่จะเสนอกฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้ในรัฐอื่น ๆ รวมถึงการพิจารณาแนวทางในระดับรัฐบาลกลางต่อไป