Connect with us

ข่าว

โคเวสโตร ชูนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงเบื้องหลังวงการฟุตบอลยุคใหม่และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในไทย

Published

on

โคเวสโตร ชูแนวคิด Material Effect นำนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงขับเคลื่อนวงการฟุตบอลยุคใหม่ พร้อมหนุนโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในไทย ผ่านฐานผลิตมาบตาพุดสู่อนาคตที่ยั่งยืน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – โคเวสโตร (Covestro) ผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์คุณภาพสูงระดับโลก เผยแนวคิด “Material Effect” หรือบทบาทของนวัตกรรมวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) ที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลยุคใหม่ ตั้งแต่การพัฒนาอุปกรณ์กีฬาในสนาม ไปจนถึงการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย พร้อมมุ่งเน้นการผสานความร่วมมือเพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืนภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

เบื้องหลังการแข่งขันฟุตบอลในปัจจุบันมีการนำ นวัตกรรมวัสดุขั้นสูง เข้ามามีส่วนสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของเกม โดยวัสดุดังกล่าวช่วยให้ลูกฟุตบอลสามารถคงรูปและรักษาคุณสมบัติการเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ ขณะที่รองเท้าสตั๊ดน้ำหนักเบาและชุดกีฬาสมรรถนะสูงช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความสบาย และความทนทานในการใช้งาน นอกจากนี้ บทบาทของวัสดุขั้นสูงยังครอบคลุมไปถึงสนามแข่งขัน ศูนย์ฝึกซ้อม ตลอดจนระบบเครือข่ายการสื่อสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่รองรับการสตรีมมิงแบบเรียลไทม์และการวิเคราะห์ข้อมูลการแข่งขันเพื่อเชื่อมโยงแฟนบอลทั่วโลก

แนวโน้มการใช้วัสดุขั้นสูงนี้สอดคล้องกับการเติบโตในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการลงทุนด้าน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งวัสดุขั้นสูงของโคเวสโตรได้เข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุนความปลอดภัย ความทนทาน และความน่าเชื่อถือของระบบโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลกของบริษัท ผ่านศูนย์การผลิตระดับโลกที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งทำหน้าที่ส่งมอบโซลูชันวัสดุขั้นสูงให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค

นางโมนิค บูค (Monique Bouk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ของ โคเวสโตร (Covestro) กล่าวถึงแนวคิดการทำงานร่วมกันว่า “นวัตกรรมในปัจจุบันต้องอาศัยทั้งความรวดเร็ว ความชัดเจน และความร่วมมือ ซึ่งการร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมกับลูกค้าก็ไม่ต่างจากการทำงานเป็นทีมในเกมฟุตบอล ที่แต่ละฝ่ายนำจุดแข็งของตนมาผสานกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน โดยมีความไว้วางใจและความรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ”

Advertisement

สำหรับแผนการดำเนินงานเพื่ออนาคต ทางบริษัทมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเข้าสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร โดยโคเวสโตรได้ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Neutrality) สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 (Scope 1) และขอบเขตที่ 2 (Scope 2) ภายในปี 2035 และตั้งเป้าหมายสำหรับขอบเขตที่ 3 (Scope 3) ของกลุ่มบริษัทให้สำเร็จภายในปี 2050 ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2025 ที่ผ่านมา โคเวสโตรมีรายได้จากการขายรวม 12.9 พันล้านยูโร โดยมีโรงงานผลิตทั้งหมด 46 แห่งทั่วโลก และมีพนักงานประจำรวมประมาณ 17,600 คน

Continue Reading
Advertisement